ข้อควรพิจารณาก่อนหางานเมืองนอก พร้อมไหมถามใจคุณ

การเดินทางไปทำงานต่างประเทศยังเป็นที่นิยมของแรงงานไทย แม้ว่าจะมีการเดินทางไปทำงานต่างประเทศกันมานานและมันช่างเย้ายวนใจคนหางาน ด้วยรายได้ที่ดีกว่า และมองเห็นคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

แต่ก่อนที่จะไปทำงานเมืองนอกคนหางานต้องพิจารณาให้ดีก่อนว่าคุณพร้อมไหมกับการไปทำงานต่างแดน งาน การค้าระหว่างประเทศ  ปัจจัยที่ต้องตระหนักก่อนการหางานและตัดสินใจไปทํางานต่างประเทศ  มีหลายสิ่งถามใจคุณดูว่าพร้อมแค่ไหนกับการไปครั้งนี้

สุขภาพ คนทำงาน

เรื่องสุขภาพ คนหางานต้องเป็นผู้ที่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ไม่มีโรคประจําตัวที่อาจเป็นอันตรายต่อการทํางาน สุขภาพจิตใจ พร้อมไหวกับการไปรับวัฒนธรรมความเป็นอยู่และการทำงานในต่างแดน

อัตราค่าจ้างที่ได้รับ เมื่อเปรียบเทียบกับการทํางานในประเทศ รวมถึงการต้องกู้หนี้ยืมสินเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการไปทํางานต่างประเทศ มีความคุ้มค่ากันหรือไม่

การเสียโอกาสที่เกิดขึ้นในชีวิตของคุณคุ้มไหมที่จะเสียไป เช่น เสียโอกาสในการเลี้ยงดูอบรมลูก ดูแลพ่อแม่ ห่างจากคนรัก

คุณมีทักษะฝีมือ เพียงพอต่อการไปเป็นแรงงานที่มีทักษะสูงในต่างแดนหรือไม่การไปทำงานแบบคนที่ไร้ทักษะจะทำให้ค่าตอบแทนของคุณนั้นต่ำลงไปมาก

การเตรียมพร้อมในการไปทำงานต่างแดนนั้นมีรายละเอียดมากทีเดียวต้องศึกษาให้ดี   แรงงานช่างฝีมือจะได้ค่าตอบแทนสูงกว่าแรงงานกึ่งฝีมือ/ไร้ฝีมือ จงเตรียมตัวเองให้อยู่ในกลุ่มของแรงงานมีฝีมือก่อนออกไปเผชิญการทำงานในต่างแดน และคุณคือผู้หางานที่มีคุณสมบัติเหมาะสมกับตําแหน่งงาน มี เพศ อายุ ส่วนสูง น้ําหนัก ระดับการศึกษา สุขภาพ  ความรู้ความสามารถตามที่นายจ้างต้องการ  ต้องผ่านการตรวจสอบสุขภาพจากสถานพยาบาล และการทดสอบฝีมือจากสถานทดสอบฝีมือแรงงานที่กําหนดไว้

ตรวจสอบข้อมูลกับกรมการจัดหางาน

ต้องไม่เชื่อคําโฆษณาชักชวนจากทั้งตัวบุคคลและในสื่อสังคมออนไลน์ ต้องตรวจสอบข้อมูลกับกรมการจัดหางานก่อนทุกครั้ง          ต้องรู้วิธีการขั้นตอนและเอกสารที่เกี่ยวข้อง วิธีการไปทํางานต่างประเทศที่ถูกต้องตามกฎหมาย

ศึกษาสัญญาจ้างระหว่างนายจ้างในต่างประเทศกับคนงานให้ชัดเจน สัญญาจ้างต้องมีชื่อและที่อยู่ของนายจ้างกับคนงานที่ตกลงทําสัญญาจ้างงานกัน สัญญาจ้างจะระบุรายละเอียดเกี่ยวกับตําแหน่งงานอัตราค่าจ้าง ระยะเวลาการจ้าง วัน เวลาทํา งาน วันหยุด ค่าล่วงเวลา ค่ารักษาพยาบาล และสวัสดิการอื่นๆ

หากมีความพร้อมเต็มที่แล้ว ก็ขอให้การเดินทางไปทำงานในต่างประเทศของคุณเป็นไปด้วยดี สามารถทำงานได้เต็มความสามารถ มีรายได้ตามที่ตั้งใจ สามารถนำเงินที่ได้มาพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น เก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่ได้ในต่างแดนอย่างเต็มที่ และแสดงให้เห็นว่าคนไทยนั้นมีฝีมือมากเพียงใด  ขอให้คุณใช้โอกาสนี้ในการแสดงฝีมือ การรักษาวินัย ให้นายจ้างต่างแดนพึงพอใจในผลงานของคุณ


อยากไปทำงานเมืองนอก ทำยังไงให้ถูกกฎหมายและไม่ถูกหลอก

การหางาน ไม่ได้จำกัดแค่การหางานทำในแระเทศเมื่อโลกเชื่อมโยงกันมากขึ้นและคุรมองเห็นโอกาสในการหางานทำในต่างแดน แต่ทำอย่างไรให้การหางานของคุณเป็นไปอย่างถูกกฎหมายและจะไม่ส่งผลร้ายต่อตัวคุณ

แนวทางในการหางานทำในต่างแดน ที่ทำให้คุณไม่เสี่ยงกันเถอะ

  1. สมัครงานผ่านบริษัทจัดหางานที่ปฏิบัติถูกต้องตามกฎหมายมีใบอนุญาตการจดทะเบียนต่อกรมการจัดหางาน อย่าใช้นายหน้าเถื่อน เพราะต้องการลดค่าใช้จ่าย ต้องเรียกเก็บค่าหัวตามกฎหมายและออกใบเสร็จรับเงินให้คนหางานไว้เป็นหลักฐานต้องพาคุณเข้าสู่กระบวนการอย่างครบถ้วน ทั้งการตรวจโรค ทดสอบฝีมือ รับการฝึกอบรมจากเจ้าหน้าที่ของกรมการจัดหางานก่อนเดินทาง ผ่านด่านตรวจคนหางานของกรมการจัดหางาน งาน การค้าระหว่างประเทศ
  2.             ให้กรมการจัดหางานเป็นผู้จัดส่งไปทำงานไม่ต้องเสียค่าบริการ มีแค่ค่าใช้จ่ายที่จำเป็น เช่น ค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าวีซ่า ค่าภาษี สนามบิน ค่าสมาชิกกองทุนฯ ค่าที่พักสำหรับเตรียมตัวก่อนเดินทาง คุณจะได้เข้ารับการอบรมก่อนเดินทาง  และเมื่อถึงประเทศที่คนงานไปทำงานจะมีเจ้าหน้าที่จากสำนักงานแรงงานในต่างประเทศมารับที่สนามบิน
  3. ให้นายจ้างในประเทศไทยพาไปทำงาน  กรณีที่มีบริษัทแม่อยู่ในต่างประเทศหรืออาจประมูลงานได้  การไปด้วยวิธีการนี้มีความปลอดภัยสูงและไม่เสี่ยงต่อการทำผิดกฎหมาย  รวมไปถึงการที่นายจ้างในประเทศไทยส่งลูกจ้างของตนไปฝึกงาน   เป็นการเรียนรู้พัฒนา ฝีมือลูกจ้างให้ทันกับเทคโนโลยีสมัยใหม่
  4. แจ้งไปทำงานด้วยตนเอง  ติดต่อหางานต่างประเทศหรือจากคำแนะนำของญาติพี่น้อง ควรศึกษาข้อมูลให้ดี  พิจารณาสัญญาจัดหางานและสัญญาจ้างแรงงานอย่างรอบครอบ  และลงทะเบียนผู้ประสงค์จะไปทำงานต่างประเทศซึ่งเป็นมาตรการที่ใช้คุ้มครองคนหางานเพื่อลดปัญหาการถูกหลอกลวง

เตรียมค่าใช้จ่าย

เมื่อคุณเตรียมการในส่วนของการหางานแล้ว ต้องมาพิจารณาค่าใช้จ่ายในการไปทำงานต่างประเทศ ซึ่งประกอบด้วย ค่าทำหนังสือเดินทางหรือพาสปอร์ต 1,000 บาท  ค่าตรวจสุขภาพเพื่อไปทำงานต่างประเทศไม่เกิน 1,500 บาท แต่ต้องไปตรวจในโรงพยาบาลที่กรมการจัดงานประกาศรายชื่อไว้

ค่าทดสอบฝีมือครั้งละไม่เกิน 500 บาท หากค่าทดสอบฝีมือมีค่าใช้จ่ายสูงเกิน 500 บาท ให้ผู้ได้รับอนุญาตดำเนินการทดสอบฝีมือ เรียกเก็บได้ตามอัตราที่อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงานกำหนด ทั้งนี้ต้องไม่เกินครั้งละ 1,000 บาทค่าบริการและค่าใช้จ่าย (ค่าหัว)

ไปทำงานไต้หวันเสียค่าบริการและค่าใช้จ่ายไม่เกิน 56,000 บาท  ไปทำงานประเทศอื่นๆ เสียค่าบริการเท่ากับค่าจ้าง ที่ท่านได้รับไม่เกิน 1 เดือน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ในการจัดส่งไม่เกิน 15,000 บาท

หากเตรียมการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ก็ขอให้สบายใจได้ว่าคุณจะได้ทำงาน และหารายได้ตามที่ต้องการขอให้มีความสุขกับการทำงานและบรรลุเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้


ต้องหางานใหม่เมื่ออายุเข้าเลข 4 ทำยังไงให้คุณไม่พลาดงาน

การหางานใหม่ เป็นเรื่องที่หลายคนเครียดอยู่แล้ว ยิ่งต้องมาหางานใหม่เมื่ออายุมากแล้ว การต่อสู่กับเด็กรุ่นใหม่ก็ไม่ใช่เรื่องสนุก แม่คุณจะมีประสบการณ์แต่ก็ใช่ว่าจะมีภาษีดีกว่าคนรุ่นใหม่

จากกรณีปัญหาบริษัทไอทีรุ่นใหม่ไม่สนใจรับคนอายุเกิน 40 ปีเข้าทำงานที่เกิดขึ้นในซิลิคอนวัลเล่ย์ การ หางาน อาณาจักรไอทีที่ทรงอิทธิพลที่สุดของโลก นั้นทำให้คนอายุมากที่ต้องการหางานทำต้องกลับมาคิดแล้วว่าทำยังไงให้คุณไม่ถูกปฏิเสธการรับเข้าทำงาน

หางานใหม่

ในอเมริกานั้นอายุเฉลี่ยของคนทำงานอยู่ที่ 42 ปี แต่ถ้ามาดูอายุเฉลี่ยของคนทำงานสายงานไอทีกลับน้อยกว่านั้นมาก  Tech Company รายใหญ่ของโลก อย่าง Apple อายุพนักงานเฉลี่ย 31 ปี, Google และ Tesla อายุพนักงานเฉลี่ย 30 ปี, ส่วน Facebook และ LinkedIn อายุเฉลี่ยคือ 29 ปี แล้วคนอายุมากจะทำอย่างไรเมื่อต้องหางานใหม่

กลุ่มคนรุ่นใหม่ ฉลาดกว่าคนรุ่นก่อน

เมื่อโลกของการทำงานเปิดรับคนหนุ่มสาว หรือโลกของการทำงานโดยเฉพาะโลกไอทีไม่ใช่ที่ของคนแก่  มากกว่านั้นหลายอุตสาหกรรม ที่พยายามเปลี่ยนลดอายุเฉลี่ยของคนทำงานให้ต่ำลง เนื่องจากต้องการความคิดสดใหม่และมีผลต่อการลดฐานเงินเดือนลงได้อีกด้วย

กล่าวแบบนี้ก็อาจจะเหมือนกับว่า เรากำลังมองว่ากลุ่มคนรุ่นใหม่ ฉลาดกว่าคนรุ่นก่อน ก็คงไม่ใช่อย่างนั้นแต่เพราะคนรุ่นใหม่มีความคิดอ่านอย่างคนที่ทันต่อสมัยมากกว่าคนรุ่นเก่าที่มีชุดความคิดเดิม

สมัครงาน

การเลือกปฏิบัติทางอายุ (age discrimination) เป็นประเด็นอีกอย่างที่หลายองค์กรกำลังเผชิญหน้าอยู่ ไม่ผิดที่องค์กรจะเลือกคนที่เหมาะกับองค์กร แต่ในขณะเดียวกันการให้ความสำคัญและทำงานร่วมกันอย่างมีความสุขของคนทุกช่วงวัยก็ควรได้รับความใส่ใจ

ทำอย่างไรให้องค์กรไม่มองข้าม

เมื่อโลกมองไปที่คนหนุ่มสาวแล้วคนวัยเลข 4 จะทำตัวอย่างไรให้องค์กรไม่มองข้าม คือคำถามที่เราต้องมาร่วมกันหาคำตอบ

การเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดูหนุ่มสาวกว่าอายุเป็นอีกอย่างที่ทำให้คุณมีความเป็นเด็ก !!!  ต้องเลิกใส่สูทในวันสัมภาษณ์งาน ทิ้งเนคไทไว้ข้างหลัง เปลี่ยนมาสวมสเวตเตอร์สีสันสดใส  เปลี่ยนมาใส่เสื้อสบายๆ รองเท้าผ้าใบ หันมาออกกำลังกาย ย้อมผมให้เข้มขึ้น

ศึกษาคำใหม่ๆ ที่คนรุ่นใหม่เขาใช้กัน หาข้อมูลความสนใจในแบบที่คนรุ่นใหม่เขาทำกัน สร้างเครือข่ายในสังคมออนไลน์ต่างๆ เช่น LinkedIn Twitter Snapchat Pinterest ให้คุณเองมีพื้นที่ในการนำเสนอความสามารถ    เปลี่ยนรูปโปรไฟล์ เป็นรูปภาพเท่ๆ  ทำตัวเองให้เป็น พี่ใหญ่ที่เข้าใจคนรุ่นใหม่ เป็นหัวหน้าแก๊งค์เด็ก อย่าแสดงตัวไปในทิศทางของหัวหน้าที่เข้มงวด พร้อมที่จะเป็นคนที่คนรุ่นใหม่อยากเข้าหา

หากมองว่าการปรับตัวเหล่านี้ทำให้คุณได้งานมันอาจเป็นการฝืนเกินไปแต่ถ้าคุณมองกลับกันว่านี้คือการเติมไฟในตัวคุณปลุกคนรู้สึกของความหนุ่มสาวขึ้นมาอีกครั้ง มาก็น่าจะทำให้คุณแฮปปี้จริงไหม


คนหางานอย่าปล่อยเวลาเสียไป มาเพิ่มคุณค่าตัวเองให้เข้าตาองค์กรใหญ่กันเถอะ

การหางานในยุคปัจจุบันมีการแข่งขันกันสูงมากถ้าคุณคืออีกหนึ่งคนที่กำลังหางานทำการสร้างคุณค่าให้ตัวเองเป็นตัวเลือกที่ดีคือสิ่งที่ไม่อาจปฏิเสธได้เลย เรามาดูกันสิว่า คนหางาน ควรมีคุณสมบัติอะไรที่จะทำให้คุณเข้าตาองค์กรใหญ่ๆ

องค์กร

  1. ใช้งานคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เทคโนโลยีอย่างเชี่ยวชาญ รูปแบบการทำงานในปัจจุบันเปลี่ยนไปจากเดิม คนทำงานยุคใหม่นั้นต้องเป็น Digital Worker มากกว่าทำงานด้วยคอมพิวเตอร์ยังมีเทคโนโลยีดิจิทัลมากมายที่คุณต้องเรียนรูป เพราะโลกทุกวันนี้เป็น Internet of Things
  2. แก้ไขปัญหาด้วยการคิดเชิงวิเคราะห์ โลกการทำงานต้องเผชิญกับสถานการณ์ต่างๆมากมาย คนที่สามารถ การวางแผน การแก้ไขปัญหา ต่างๆอย่างมีระบบ สรรหาหาวิธีจัดการกับปัญหาได้อย่างรอบครอบคือคนที่องค์กรกำลังมอง และมากไปกว่านั้นคือคนที่สามารถป้องกันไม่ให้เกิดความเสี่ยงต่อองค์กรได้นั้นคือคนที่องค์กรต้องการที่สุด
  3. ใช้ภาษาต่างประเทศอย่างคล่องแคล่ว ความสามารถด้านภาษาทำให้เปิดโอกาสให้กับตัวคุณและสร่งโอกาสทางการแข่งขันให้กับองค์กร ภาษามีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในโลกการทำงานปัจจุบัน การติดต่อสื่อสาร การค้นคว้าหาความรู้ที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน นอกจากภาษาอังกฤษ แล้ว ภาษาจีน ภาษาญี่ปุ่น ก็ช่วยเพิ่มโอกาสในการทำงานมากยิ่งขึ้น
  4. คิดได้และคิดเป็นอย่างสร้างสรรค์ มีส่วนสำคัญอย่างมากในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์หรือบริการขององค์กรให้โดดเด่นและแตกต่างจากคู่แข่ง การขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายในอนาคตองค์กรไม่อาจใช้สิ่งที่มีอยู่เดิมในการแข่งขันแต่ต้องมีสิ่งใหม่ที่เหนือกว่าคู่แข่งคนที่มีความสามารถในการคิดสร้างสรรค์จึงเป็นคนที่องค์กรต้องการตัว และยิ่งสามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมได้ด้วยแล้วยิ่งเป็นที่หมายปองมากขึ้นไปอีก
  5. ทักษะการสื่อสารมีบทบาทสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะคนทำงานทุกคนต้องมีการติดต่อประสานงานกับผู้อื่นอยู่เสมอ การสื่อสารที่เป็นระบบ ชัดเจน รู้จักการลำดับความสำคัญในการสื่อสาร สามารถทำให้ผู้รับสารสามารถเข้าใจได้ครบถ้วนและถูกต้อง จะทำให้การทำงานเป็นทีมมีประสิทธิภาพมากขึ้นหากไม่มีการสื่อสารหรือสื่อสารไปในทิศทางต่างกันการทำงานร่วมกันในองค์กรหรือทำงานร่วมกับผู้อื่นนอกองค์กรคงไม่เกิดผลลัพธ์ที่ดีเป็นแน่

 

โลกการทำงานสมัยใหม่มีอะไรมากมายที่ คนทำงานรุ่นใหม่  คนทำงานมานาน หรือคนที่กำลังหางานต้องเรียนรู้พร้อมพัฒนาตัวเอง เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการขององค์กร หากคุณคือคนที่พร้อมต่อการร่วมขับเคลื่อนองค์กรไปข้างหน้า การหางานหรือการเติบโตในสายงานก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป จงเปิดใจที่จะเรียนรู้และพัฒนาตัวอยู่อยู่เสมอ ด้วยการสร้างคุณค่าให้ตัวเองและส่งมอบคุณค่านั้นผ่านการทำงานให้องค์กรเพื่อร่วมกันสร้างสิ่งที่ดีให้องค์กรและส่งมอบออกมาสู่ผู้รับบริการ


วิธีสร้างความมั่นใจในการสมัครงาน

การสร้างโอกาสให้เรามีความมั่นใจในทุกครั้งที่เราทำการสมัครงานเป็นอีกหนึ่งความสำคัญที่จะสามารถทำให้เราได้รับเลือกเข้าทำงานในตำแหน่งที่เราต้องการซึ่งเป็นอีกหนึ่งข้อที่ทางฝ่ายบุคคลมักจะสังเกตและวิเคราะห์บุคลิกภาพของผู้สมัครเพื่อนำข้อมูลประกอบการตัดสินใจ โดยไม่ได้ดูข้อมูลเฉพาะเกรดหรือผลการเรียนเพียงอย่างเดียวดังนั้นเราควรสร้างความมั่นใจทุกครั้งก่อนก้าวเข้าไปในสนามของตลาดแรงงาน

จากประสบการณ์ของผู้ที่ได้เคยผ่านการคัดเลือกในการสมัครงานได้มีการเปิดเผยเทคนิคและวิธีสร้างความมั่นใจในระหว่างที่เราอยู่ในระหว่างการยื่นใบสมัครเพื่อเข้าสู่การคัดเลือกในตำแหน่งงานที่เราต้องการนอกจากการกรอกข้อมูลส่วนตัวและประวัติพื้นฐานสำคัญของพนักงานเช่น เป็นวันเดือนปีเกิด ที่อยู่ ผู้ติดต่อที่สามารถติดต่อได้ในกรณีเกิดเหตุการณ์สำคัญ รวมถึงประวัติการทำงานและความสามารถเฉพาะตัวของผู้สมัคร

โดยในบางบริษัทมีการให้ทำข้อสอบไอคิวหรือข้อสอบจิตวิทยาเพื่อดูแนวทางความคิดของผู้สมัครหลังจากนั้นจะเป็นช่วงเวลาที่จะต้องอยู่ในห้องสัมภาษณ์แต่มีบรรยากาศที่กดดันถึงแม้ในห้องสัมภาษณ์งานจะมีเพียงแค่ผู้สมัครและตัวสัมภาษณ์ สำหรับทางบริษัทมีการให้ผู้จัดการสัมภาษณ์ถึง 3 คนเพื่อดูภาวะทางอารมณ์ของผู้สมัครโดย 1 ใน 3 จะมีการยิงคำถามที่มีความกดดันออกมาเสมอเพราะฉะนั้นเราจะต้องทำการเตรียมตัวให้พร้อมมีสติในการตอบคำถาม รวมทั้งคิดตอบคำถามให้รวดเร็วเพราะไหวพริบปฏิภาณมีส่วนที่ทางฝ่ายบุคคลนำมาพิจารณา

สำหรับวิธีสร้างความมั่นใจในการ สมัครงาน ก็คือเราควรศึกษาข้อมูลพื้นฐานของบริษัทตำแหน่งที่เราสมัครงานเพราะคำถามที่จะถูกใช้ในการสัมภาษณ์จะมีความเกี่ยวข้องกับตำแหน่งนี้เสมอรวมทั้งการคาดเดาคำถามที่คาดว่าจะถูกสอบถามในระหว่างที่มีการซักถามและทำให้เราลดความตื่นเต้นเมื่ออยู่ในสถานการณ์จริงพร้อมกับการซ้อมตอบคำถามผ่านทางด้านกระจกเพื่อที่เราจะได้เห็นบุคลิกภาพและการตอบตัวเรา ซึ่งวิธีนี้เป็นเครื่องสะท้อนให้เห็นภาพองค์ประกอบโดยรวมของเราในระหว่างที่มีการตอบคำถามได้เป็นอย่างดี หากเราฝึกบ่อยจะทำให้เรามีความมั่นใจ หากต้องการทำงานในตำแหน่งที่คุณตั้งใจเป็นต้องให้ความใส่ใจและฝึกฝน

 

การสร้างความมั่นใจในการเตรียมตัวสมัครงานและระหว่างการสัมภาษณ์มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งต่อการแสดงออกถึงความมั่นใจกับความมุ่งมั่นในการเข้ารับการเลือกในตำแหน่งนี้จะทำให้คุณได้คะแนนในความตั้งใจและมีโอกาสผ่านการสัมภาษณ์ครั้งนี้พร้อมต้อนรับคุณเป็นพนักงานใหม่ของบริษัท การเตรียมตัวเป็นกุญแจแห่งความสำเร็จที่คุณเองสามารถวางแผนได้ด้วยตนเอง

 


เลือกหางานแบบไหนไม่โดนโกง

ในระหว่างที่เรากำลังหางานอยู่นั้นเชื่อได้ว่าสำหรับใครที่เป็นน้องใหม่หรือผู้ที่กำลังเข้าสู่ตลาดแรงงานบ่อยครั้งมักจะมีประสบการณ์ไม่ดีจากบริษัทที่ไม่มีคุณภาพในการประกาศรับสมัครงานส่งผลทำให้เราเสียเวลาและมีโอกาสเสียเงินในการเดินทางไปสัมภาษณ์งานสำหรับปัญหาในส่วนนี้ยังคงมีอยู่ในปัจจุบัน วันนี้เราจึงมีวิธีรับมือเบื้องต้นเพื่อให้เราหางานทำได้แบบไม่โดนโกง

ในปัจจุบันมีแหล่งให้เราเข้าไปตรวจสอบและหางานอยู่เป็นจำนวนมาก หลายทั้งที่เราใส่ข้อมูลในการสมัครงานเข้าไปปรากฏว่ามีบริษัทติดต่อกลับมาและมักเป็นบริษัทเกี่ยวกับการประกันภัยหรือการขายที่มีเงินเดือนสูงมากผิดปกติหากมีลักษณะแบบนี้แนะนำให้ไม่ควรติดต่อกลับไปเพราะเคยมีกรณีที่มีคนตัดสินใจติดต่อกลับไปปรากฏว่าเมื่อไปถึงยังสถานที่รับสมัครงานทางเจ้าหน้าที่จะมีการพูดคุยและโน้มน้าวให้เราสมัครสมาชิกการขายโดยเสียค่าสมัคร 300 บาท

คนหางาน หากเป็นในลักษณะนี้ให้ควรรีบกลับทันทีหรือไม่ควรติดต่อกลับไปอีกเลยเพราะถ้าเราหลวมตัวไปเราจะเจอเจ้าหน้าที่ของบริษัทไม่ต่ำกว่า 3 คนรุมล้อมเข้ามาพูดโน้มน้าวให้เราสมัครสมาชิกและร่วมทำธุรกิจซึ่งกรณีนี้ไม่ต่างอะไรกับ ธุรกิจขายตรงถ้าเราสามารถหาคนมาสมัครต่อเราได้ 10 คนก็เท่ากับว่าวันนั้นเราจะได้เงินค่าสมัคร   3000 บาททันที ซึ่งเป็นวิธีที่ไม่ถูกต้องเป็นการหลอกลวงเพราะคนที่เดินทางมาสมัครงานบางครั้งเขาอาจจะกำลังลำบากหรือมีเงินติดตัวอยู่ไม่มากนัก

การชักจูงแกมบีบบังคับให้รู้สึกเกรงใจ อยากลุกออกจากที่นั่นจนยอมเสียเงินในส่วนนี้ไม่ดีแน่นอนและอีก 1 กรณีสำหรับบริษัทที่มัก หลอกลวงนั่นก็คือบริษัทแนวขายประกันซึ่งบริษัทในส่วนนี้มักโน้มน้าวให้เราสมัครสมาชิกและเข้าอบรมประการซึ่งในความเป็นจริงแล้วทางบริษัทประกันภัย มีเจ้าหน้าที่และทีมงานมืออาชีพรวมทั้งตัวแทนขายประกันภัยอยู่ในทุกจุดของประเทศไทย  ซึ่งความเป็นไปได้ใครจะสมัครเป็นตัวแทนกับทางบริษัทประกันภัยก็ได้ไม่จำเป็นต้องผ่านนายหน้าหรือบริษัทหลอกลวงให้เราไปนั่งฟังเกี่ยวกับธุรกิจประกันภัยเพราะฉะนั้นงานลักษณะนี้เป็นไปได้ไม่ควรติดต่อกลับ

การเลือกหางานแบบไม่โดนโกงสิ่งแรกที่เราต้องคิดถึงเสมอก็คือการพิจารณาบริษัทว่ามีตัวตนจริงหรือไม่ มีความมั่นคงเพียงใดและเป็นบริษัทที่ถูกต้องตามกฎหมายโดยข้อมูลเบื้องต้นเราสามารถเช็คผ่านอินเตอร์เน็ตเพราะบริษัทที่มีการประวัติการโกงมักจะมีผู้ร้องเรียนและโพสต์เตือนภัยเพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของบริษัทเหล่านี้เพราะฉะนั้นก่อนทำการหางานแบบไม่โดนโกงเราต้องเช็คให้ดีและหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ตเพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจก่อนทำการสมัครงานต่อไป

 


ควรหางานช่วงเดือนไหนจะมีโอกาสได้งานมากที่สุด

เชื่อว่าหลายท่านเคยประสบปัญหาในระหว่างการยื่นใบสมัครงานไปตามบริษัทต่างๆแต่เงียบหายไม่ได้รับการตอบกลับการสมัครงานก็เปรียบเหมือนการขายที่มีกำไรขึ้นลงมีช่วงเวลาของความต้องการ เช่นเดียวกับตลาดแรงงานเพราะฉะนั้นก่อนที่เราจะทำการเปลี่ยนงานโดยลาออกจากงานเพื่อหางานใหม่ รบกวนดูช่วงเวลาให้ดีเพื่อให้รู้เท่าทันตลาดแรงงานว่ากำลังบูมในช่วงเวลาไหนเพื่อให้การตัดสินใจไม่พลาดและเป็นการดีที่คุณจะเริ่มงานได้ทันทีหลังจากลาออกจากที่เดิม

เหตุผลของการลาออกจากงานส่วนใหญ่มักจะลาออกเพื่อ หางาน ในบริษัทใหม่และรับเงินเดือนเพิ่มขึ้น เพราะหากอยู่ต่อไปโอกาสในการปรับเงินเดือนเป็นไปได้ช้า ซึ่งวิธีที่เร็วที่สุดในการปรับฐานเงินเดือนก็คือการลาออกจากงานและสมัครที่ใหม่แต่ใช้ประสบการณ์ทำงานที่ผ่านมาต่อรองเงินเดือนใหม่ ซึ่งส่วนใหญ่ร้อยละ 90 เปอร์เซ็นต์ประสบความสำเร็จจากการลาออกและสมัครในบริษัทใหม่โดยได้เงินเดือนตามที่เรียกไว้ นอกจากนี้เหตุผลของการลาออกจากงานอาจเป็นเพราะปัญหาส่วนตัวเรื่องการเดินทางเพราะฉะนั้นหากเราต้องการงานควรจะดูช่วงระยะเวลาของตลาดที่เปิดรับพนักงานด้วยเช่นเดียวกัน

โดยข้อมูลในส่วนนี้นักศึกษาที่จบใหม่สามารถอ่านเพื่อประกอบการตัดสินใจได้เช่นเดียวกัน โดยช่วงเวลาที่มีการเปิดรับพนักงานและโอกาสที่เราจะได้รับคัดเลือกในการทำงานมีสูงนั่นก็คือช่วงเดือนกรกฎาคมถึงเดือนกันยายนเพราะเป็นช่วงที่คนส่วนใหญ่สับเปลี่ยนงานโดยมักจะหาทำงานช่วงหลังได้โบนัสกันก่อนจึงจะทำการลาออก ส่วนใหญ่โบนัสของแต่ละบริษัทจะอยู่ช่วงเดือนไม่เหมือนกันเช่นสิ้นเดือนธันวาคมหรือช่วงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ตรงกับเทศกาลตรุษจีน

แต่ส่วนใหญ่มักจะทำงานจนได้รับโบนัสจึงลาออกทำให้ตำแหน่งว่างว่างลงจำนวนมากในช่วงหลังได้รับโบนัสจึงเป็นช่วงที่เหมาะสมที่เราจะทำการสมัครงานหรือหางานใหม่เพราะมีตำแหน่งงานรองรับจากตำแหน่งว่างงานในแต่ละที่และบางช่วงมีนักศึกษาจบใหม่ถึงแม้ช่วงหลังเดือนเมษายนเป็นต้นไปจะเป็นช่วงที่มีนักศึกษาจบใหม่จำนวนมากเข้าสู่ตลาดแรงงานและผู้ที่ทำการเปลี่ยนงานในช่วงนี้ยังคงได้เปรียบอยู่เพราะประสบการณ์ทำงานอย่างยาวนานและมีความพร้อมในการเริ่มต้นการทำงาน ในส่วนนี้จะได้รับการพิจารณามาเป็นอันดับต้นๆหากสมัครงานในบริษัทนั้นไปแน่นอนว่าส่วนใหญ่บริษัทต้องการคนที่มีประสบการณ์มากกว่าเด็กจบใหม่ ยกเว้นเด็กจบใหม่มีความสามารถเฉพาะทางจนเป็นที่ถูกใจของฝ่ายบุคคล

การหางานใหม่สามารถปรับเงินเดือนให้กับพนักงานได้ หากทำอยู่ที่เดิมโอกาสที่เงินเดือนจะสูงขึ้นเป็นไปได้ช้าวิธีที่เร็วที่สุดก็คือการลาออกจากที่ทำงานและสมัครงานที่ใหม่โดยใช้ประสบการณ์ทำงานเป็นเครื่องต่อรองเงินเดือนใหม่

 


ควรเขียนเรซูเม่ภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษดี ในการยื่นใบสมัครงาน

ขั้นตอนของการสมัครงานสิ่งที่ขาดไม่ได้ก็คือการเตรียม resume  ในการสมัครงาน สำหรับข้อมูลในส่วนนี้เปรียบเหมือนการแนะนำข้อมูลแบบสั้นๆของผู้สมัครเพื่อให้เป็นที่สนใจ ในการเตรียมข้อมูลของการทำเรซูเม่จึงมีความสำคัญเพราะข้อมูล resume นี้เป็นหน้าด่านแรกที่จะใช้ในการแนะนำตัวให้ดูน่าสนใจจนถึงขั้นตอนผ่านเข้าไปสู่รอบการสัมภาษณ์งาน ซึ่งทุกคนหวังว่าทางบริษัทจะติดต่อกลับ ดังนั้นควรเลือกการเตรียม resume ในแบบที่เหมาะสมเพื่อให้สามารถเรียกความน่าสนใจวันนี้เราจึงมีข้อมูลเพื่อนำเสนอในการพิจารณาต่อไป

สำหรับการเตรียม เรซูเม่ มีอยู่2แบบคือแบบภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ซึ่งทั้ง2แบบมีความสำคัญแตกต่างกันขึ้นอยู่กับบริษัทที่เราต้องการทำการสมัครงานเป็นหลักเพราะเป็นตัวบ่งบอกถึงรูปแบบในการเตรียม เช่นบริษัทที่เราต้องการสมัครงานเป็นบริษัทที่มีรูปแบบการทำธุรกิจเน้นการติดต่อกับต่างประเทศ ซึ่งสายงานธุรกิจที่ต้องเน้นการใช้ภาษาส่วนใหญ่นิยมตรวจสอบ resume ภาษาอังกฤษเพราะรูปแบบงานจะต้องใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลักจำเป็นต้องหาพนักงานที่มีการสื่อสารภาษาอังกฤษได้พอสมควรเนื่องจากเอกสารต่างๆในการทำงานการติดต่อกับลูกค้า จะเป็นภาษาอังกฤษ หากเราเลือกทำ resumeภาษาอังกฤษ

 

ทางฝ่ายบุคคลจะให้ความสนใจในการ resumeของเราก่อนที่จะเลือก resumeที่เป็นภาษาไทย เพราะเป็นการคัดกรองพนักงานเบื้องต้น จากนั้นจึงจะทำการอ่านข้อมูลใน resumeเพื่อเช็คประวัติการศึกษาและประวัติการทำงาน หากเราสามารถทำเรซูเม่ออกมาได้น่าสนใจและเหมาะกับตำแหน่งงาน โอกาสที่จะได้รับเลือกเข้ามาสัมภาษณ์งานจึงมีความเป็นไปได้สูง และหากเป็นบริษัทที่เน้นการทำธุรกิจภายในประเทศติดต่อประสานงานกับหน่วยงานในไทยมากกว่าการเลือกทำเรซูเม่เป็นภาษาไทย

 

จึงเป็นทางเลือกที่ดีเพื่อความสะดวกในการอ่านข้อมูลประวัติของผู้สมัคร สำหรับในส่วนนี้เราควรตัดสินใจจากบริษัทที่เราจะทำการสมัครงานเพื่อตรวจสอบว่าธุรกิจเป็นการดำเนินการลักษณะไหนเพื่อให้สามารถเตรียมได้อย่างถูกต้องและอีกหนึ่งความสำเร็จที่เป็นกุญแจสำคัญทำให้เราได้รับเลือกในการเรียกสัมภาษณ์งานนั่นก็คือการแสดงข้อมูลตัวตนและประวัติที่น่าสนใจของตัวผู้สมัครเพื่อให้ทางบริษัทเห็นถึงความสามารถและอยากได้เราร่วมทำงาน

ไม่ว่าจะเป็นบริษัทในลักษณะไหนการศึกษาพื้นฐานและรูปแบบธุรกิจของบริษัทนั้นเป็นเรื่องที่เราควรทำเสมอเพราะนอกจากจะช่วยตัดสินใจในการเลือกสมัครงานกับบริษัทที่มีอนาคตที่มั่นคง ยังช่วยในเรื่องการตัดสินใจเลือกทำ resume เพื่อใช้ในการสมัครงานและทางเลือกที่ดีที่สุดเราควรเตรียมรูปแบบทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษเพื่อให้สามารถพร้อมใช้งานได้ทันทีหรือหากใครไม่มั่นใจว่าจะส่งแบบไหน แนะนำให้ส่งทั้งสองภาษาเพื่อให้ทางฝ่ายบุคคลพิจารณาได้ตามความต้องการเพียงเท่านี้โอกาสในเส้นทางการทำงานของคุณก็จะสดใสเพราะการเตรียมตัวที่ดีย่อมส่งผลทำให้คุณประสบความสำเร็จได้ไม่ยาก

 


ขั้นตอนวิธีการสมัครงาน อย่างถูกต้อง

การสมัครงานที่เราต้องการจะเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในบริษัทมักจะมีขั้นตอนมากมายที่หลายๆคนก็เบื่อได้ในจุดนี้ เพราะต้องเตรียมเอกสารหลายอย่างและเชื่อว่าบางคนก็ไม่รู้ว่าจะต้องเริ่มต้นยังไง จะต้องทำอะไรก่อนหลัง วันนี้เราจะมาบอกวิธีและขั้นตอนการ สัมภาษณ์งาน เผื่อว่าใครจับต้นชนปลายไม่ถูกก็สามารถทำตามขั้นตอนนี้ได้ง่ายๆ ไม่ยุ่งยากอย่างที่คิดแน่นอนเราไปดูกันเลยดีกว่า

หลักและวิธีการสมัครงานก็จะมีอยู่ด้วยกัน 7 วิธีดังนี้

1.การเตรียมตัวก่อนการสมัครงาน
การเตรียมตัวในที่นี้รวมไปถึงการหาแหล่งงานที่เราสนใจอยากจะเข้าไปร่วมงานด้วย ไม่ใช่เตรียมตัวแค่ด้านความรู้ความอ่าน หรือด้านร่างกาย การแต่งตัว แต่รวมไปถึงการศึกษาข้อมูลของบริษัทนั้นๆ
2. การกรอกใบสมัคร
เมื่อเราเตรียมตัวพร้อมแล้วก็เริ่มการสมัครงานได้เลย โดยปกติแล้วบริษัทแต่ละที่จะมีเอกสารใบสมัครให้ผู้ที่สนใจ โดยในใบสมัครจะถามข้อมูลคราวๆ รวมถึงเหตุผลที่อยากจะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของบริษัทด้วย
3. การเขียนประวัติโดยย่อ (RESUME)
ส่วนนี้ถือเป็นอีกหนึ่งส่วนที่สำคัญมากๆ เพราะในตัวประวัติย่อ (RESUME) นั้นจะเป็นตัวที่บริษัทใช้ตัดสินใจในการเลือกบุคลเข้ามาร่วมงานเป็นส่วนหนึ่งของบริษัท ในตัวประวัติย่อ (RESUME) เราจะต้องบอกถึงทักษะต่างๆที่เรามี ความสนใจในงาน ผลงาน ประวัติของเราในแต่ละด้านเป็นต้น
4. การเขียนจดหมายสมัครงาน
การรับสมัครงานของแต่ละที่ก็มีวิธีที่แตกต่างกันออกไป มีหลายที่ที่รับสมัครผ่านทางเขียนจดหมาย โดยทั่วไปแล้วการเขียนจดหมายสมัครงานจะบอกถึงจุดประสงค์ในการสมัคร ตำแหน่งงานที่ต้องการ พบเจอประกาศรับสมัครงานจากไหน ส่วนรายละเอียดอื่นๆเกี่ยวกับตัวเราจะอยู่ในประวัติย่อ (RESUME)  ทั้งนี้การเขียนจดหมายสมัครงานก็มีรูปแบบของมันไปอีกซึ่งจะคล้ายๆกับการเขียนประวัติย่อ (RESUME) เราจึงจำเป็นที่จะต้องศึกษารูปแบบ แบบฟอร์มต่างๆที่จะต้องใช้ในการสมัครงาน
5. การสอบข้อเขียน หรือการทดสอบความสามารถ
บางงานอาจจะต้องมส่วนของการสอบข้อเขียน หรือทดสอบความสามารถ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับประเภทของงานด้วยเช่นกัน มักจะเป็นงานที่ต้องใช้เทคนิคเฉพาะ หรือความรู้ความสามารถเฉพาะ เช่นอาชีพคุณครู อาจารย์ ทนาย วิศวกร เป็นต้น
6. การสัมภาษณ์
การสัมภาษณ์บริษัทจะนัดผู้ที่ผ่านการคัดเลือกมาสัมภาษณ์ ส่วนมากมักจะสัมภาษณ์เพื่อดูทัศนคติในการทำงาน ไหวพริบ และบุคลิกภาพของเรา
7. การติดตามผล
ขั้นสุดท้ายของการสมัครงาน ขั้นตอนนี้เราแทบจะไม่ต้องทำอะไรเลย เพราะจะเป็นขั้นตอนของทางบริษัท เราเพียงแค่ติดตามผลเท่านั้น ซึ่งขั้นตอนของแต่ละบริษัทจะแตกต่างกันไปแต่สามารถใช้เป็นบรรทัดฐานในการเตรียมตัวต่อไป