หมดใจกับสายงานที่ทำ เริ่มใหม่ยังไงกับการหางานที่เปลี่ยนสายไปโดยสิ้นเชิง

งานที่ไม่ใช่ทำแล้วไม่ชอบ ถึงเวลาหางานใหม่แล้วหรือยัง คำถามนี้ไม่ยากที่จะตอบ แต่ถ้าคุณกำลังจะหางานใหม่แบบเปลี่ยนสายงานไปเลย คุณคิดว่าต้องเริ่มอย่างไรดี ให้การหางานในสายงานใหม่ไม่ทำให้คุณต้องเหนื่อยหน่ายไปกว่าเดิม   เรามาดูสิว่าเมื่อคุณหมดใจกับสายงานที่ทำอยู่จะกระโดดข้ามสายงานความเริ่มที่ตรงไหน

เมื่อรู้ว่าจนใจในสายงานไหน  ลองค้นหาทางเลือกหลายๆแบบ ไม่ควรจำกัดลงไปที่ตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่งเพราะมันแคบเกินไป ศึกษาดูคุณสมบัติที่ต้องมีและความโดดเด่นที่จำเป็นในการทำงานตามสายงานนั้น

ถามตัวเองว่าเรามีอะไร ยังขาดอะไร เอาอะไรไปใช้ได้บ้างในสายงานใหม่ช่องว่างหรือความแตกต่างของความสามารถที่เรามีห่างไกลกับสิ่งที่จำเป็นในการทำงานหรือไม่อย่างไร ทำความรู้จักตัวเองให้ชัดเจน สำรวจจุดอ่อนจุดแข็ง รู้ว่าเราทำอะไรได้ ทำอะไรไม่ได้ มีแผนสำหรับการพัฒนาตัวเองยังไงต่อไป ทักษะความสามารถอะไรเป็นที่ต้องการของสายงานใหม่ที่คุณจะลงไปทำ

สายนี้เค้าต้องการคนแบบไหน เขามีการเปิดกว้างยอมรับคนนอกสายงานหรือไม่อย่างไร บางสายงานนั้นมักที่จะเชื่อมือคนในวงการมากกว่าคนใหม่ที่ไม่ได้อยู่ในวงการ เช่น วงการอสังหาริมทรัพย์ การลงทุน การก่อสร้าง แบบนี้แล้วคุณมีช่องทางยังไงที่จะทำตัวเป็นคนใน

ก่อนกระโดดข้ามไปศึกษาแนวโน้มของวงการนั้นๆให้ดีก่อน  ว่ามีแนวโน้มจะรุ่งหรือร่วงในอนาคต ลองมาประเมินว่า ทางไหนที่ทิศทางสดใสกว่า ในระยะยาว  โอกาสทางธุรกิจ ในภาวะขึ้นๆลงๆตามเศรษฐกิจ มีผลต่อสายอาชีพนั้นไหม

อย่าลืมที่จะเอาตัวเองไปทดลอง อยู่ในสถานการณ์ก่อนก้าวกระโดดไปอย่างเต็มตัว การเปลี่ยนสายงานไม่ใช่เรื่องง่าย เมื่อเปลี่ยนไปแล้วกลับมาทางเดิมอาจไม่ดีนักด้วย หา และสร้างโอกาสในการทดสอบว่ามันจะใช่จริงไหม ลองปรึกษาคนที่อยู่วงการติดต่อขอไปฝึกงาน ดูงานก่อนจะดีกว่า

ชั่งตวงโอกาสและความเสี่ยงของการข้ามสายงานอีกครั้ง  อย่าลืมว่าโอกาสเป็นของคนที่พร้อมจะท้าทายมันแต่ว่าการก้าวออกไปท้าทายสิ่งใหม่ย่อมมีความเสี่ยงคุณรับความเสี่ยงได้มากน้อยขนาดไหนต้องคำนึงถึงอะไรบ้าง หากตัวคนเดียวก็ไม่ใช่เรื่องน่ากังวล แต่หากการข้ามสายงานของคุณมีผลต่อรายได้ และมีผลต่อความรับผิดชอบของคนต่อผู้อื่น  แบบนี้ต้องคิดดีๆ การข้ามสายงานคือการเริ่มต้นใหม่คุณมีเวลาในการตั้งต้นใหม่ได้นานขนาดไหน เมื่อเราเตรียมตัวพร้อมแล้ว ถามใจตัวเองแล้ว สรุปว่าคุณพร้อมลุย ก็จงเข้าสู่สนามของสายงานนั้น เริ่มที่การ สมัครงาน!


คนหางานต้องรู้ไว้ ปี 2018 อาชีพไหนฮอต อาชีพไหนกำลังจะหายไป

เทรนด์เศรษฐกิจดิจิทัล ทำให้หลายอาชีพเกิดขึ้นใหม่ บางอาชีพหายไปพร้อมกับการปิดตัวของกิจการต่างๆ  บางอาชีพที่มีความเสี่ยงตกงานสูง คนหางานต้องรู้ไว้ เพื่อเป็นประโยชน์สำหรับการหางาน ของคุณ

และเตรียมความพร้อมในการสมัครงาน เรามาดูไปพร้อมกันว่า  อาชีพไหนฮอต อาชีพไหนกำลังจะหายไปในปี  2018

อาชีพที่โดดเด่นใน ก็ยังคงอยู่ในสาววิชาชีพ อย่าง แพทย์ โดยเฉพาะกลุ่มแพทย์ผิวหนังและศัลยกรรม เพราะคนเริ่มให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพ  สถาปนิก และมัณฑนากร ก็ยังเป็นที่ต้องการเพราะงานศิลปะอาจทดแทนไม่ได้ด้วยเทคโนโลยี

ส่วนอาชีพที่ตอบสนองต่อยุคดิจิทัลอย่าง โปรแกรมเมอร์ วิศวกรซอฟต์แวร์และนักพัฒนา นักวิเคราะห์ข้อมูล ที่ทำงานเกี่ยวกับ IoTs การใช้ BigData ก็ยังคงเป็นอาชีพสุดฮอต ตามมาด้วย นักการตลาดออนไลน์ รวมทั้ง Reviewer  และรวมถึง Net Idol   ตามมาติดๆกับ นักการเงิน และนักออกแบบวิเคราะห์ระบบด้านไอที กราฟิกดีไซน์ ส่วน นักวิทยาศาสตร์ด้านอาหาร นักวิทยาศาสตร์ด้านความงาม ผู้คิดค้นเครื่องสำอางก็ยังอยู่ในเทรนด์ฮอต

และอาชีพเกี่ยวกับการท่องเที่ยวนั้นก็ไม่เคยหายไป  อีกอาชีพที่เรียกได้ว่าฮอตกันจริงๆในยุคนี้คือ ผู้ประกอบการธุรกิจ สตาร์ทอัพ และ ผู้ประกอบการ อี-คอมเมิร์ซ ส่วนอาชีพ ในวงการบันเทิง ดารา นักแสดง นักร้องแม้โลกเปลี่ยนไปอย่างไรก็ยังคงเป็นที่นิยมอยู่มากเรียกว่าฮอตไม่มีตก   ด้านอาชีพ ครูสอนพิเศษ ติวเตอร์ และอาชีพเกี่ยวกับโลจิสติกส์และการขนส่ง และนักบัญชี ก็ยังไปได้สวย

หันมาดูอาชีพที่ไม่โดดเด่นใน 2018 กันบ้าง  พบว่า อาชีพช่างตัดไม้ ช่างไม้ไร้ฝีมือ พ่อค้าคนกลางอาชีพย้อมผ้า  บรรณารักษ์ และไปรษณีย์ด้านการส่งจดหมาย  พนักงานขายสินค้าหน้าร้าน  การตัดเย็บเสื้อผ้าโหล  การทำรองเท้า ช่างซ่อมรองเท้า  เกษตรกร และครู อาจารย์ในสถาบันการศึกษา  แม่บ้านทำความสะอาด  นักหนังสือพิมพ์ นิตยสาร และผู้สื่อข่าวภาคสนาม กำลังเป็นอาชีพที่กำลังจะหายไปในไม่ช้า

หากถามว่าอาชีพอะไรเสี่ยงตกงาน คืออาชีพที่เทคโนโลยีหุ่นยนต์มาแทนที่ได้  แม้แต่ อาชีพนักหนังสือพิมพ์ นิตยสาร และผู้สื่อข่าวภาคสนาม เป็นอาชีพเสี่ยงตกงานด้วยเช่นกัน  เพราะในปัจจุบันคนได้หันมาบริโภคข่าวสารผ่านทางโซเชียลมีเดีย ยูทูป สื่อออนไลน์ กันเพิ่มมากขึ้น และคนทั่วไปก็สามารถทำตัวเป็นนักข่าวเองได้แล้ว ส่วนอาชีพที่ไม่มีความโดเด่น คือ อาชีพครูและอาจารย์ เพราะแนวโน้มจำนวนนักเรียนจะน้อยลงจากปริมาณเด็กเกิดใหม่มีไม่มาก และคนทั่วไปมีช่องทางการเรียนรู้ผ่านโซเชียลมีเดีย ก็มีมากขึ้นอีกด้วย  ขณะที่อาชีพพนักงานขายหน้าร้าน จะได้รับผลกระทบจากธุรกิจ อี-คอมเมิร์ซ ทำให้เจ้าของร้านค้าหันไปขายสินค้าทางระบบออนไลน์กันมากขึ้น และผู้ประกอบการหลายรายต้องลดคนขายหน้าร้านลง  ดังนั้นการหาข้อมูลเพื่อหางานในอนาคตผู้สมัครงานควรรู้ไว้ว่าจะเตรียมตัวเองไปสู่สายงานอะไรที่ไม่เสี่ยงต่อการตกงาน


ตามมาส่อง 7 อันดับเงินเดือนเริ่มต้นตามสายงานของเด็กจบใหม่

เด็กจบใหม่ที่กำลังหางานทำมามุงกันตรงนี้ มาดูสิว่างานในสายงานไหน ได้เงินเดือนเท่าไหน่กันบ้างเป็นข้อมูลที่ดีที่จะใช้ตัดสินใจในในการหางานทำนะจ๊ะ

อันดับที่ 1 ยังคงเป็นงานโทรคมนาคม ด้วยเงินเดือนสูงถึง 28,000-40,000 บาท อย่างงานเจ้าหน้าที่ออกแบบระบบเครือข่าย งานเจ้าหน้าที่ดูแลระบบเครือข่าย ต้องมี ทักษะในการทำงาน มีความรู้ ความเข้าใจด้านโครงสร้างพื้นฐานของโทรคมนาคมระหว่างประเทศ

จัดการกับเครื่องมือรักษาความปลอดภัยของ network เช่น firewall, anti-virus และระบบตรวจจับการบุกรุก ตรวจสอบ เพิ่มประสิทธิภาพ และแก้ไขปัญหาการเชื่อมต่อเครือข่าย และประสิทธิภาพการทำงานให้พร้อมใช้งาน

อันดับที่ 2 งานบริการเฉพาะทาง เงินเดือน ไม่น้อยหน้าอยู่ 22,000-40,000 บาท ได้แก่ตำแหน่ง งานวิเคราะห์ธุรกิจ งานด้านกฎหมาย ที่ปรึกษาด้านการจัดการความเสี่ยง ต้องมีมีใบอนุญาตทนายความมีทักษะการจัดทำร่างสัญญาและการเจรจาต่อรองที่ดี มีความรู้เรื่องสัญญากฎหมาย กฎหมายเชิงพาณิชย์ และกฎหมายบริษัท

อันดับที่ 3 คืองานด้าน งานไอที เงินเดือน 22,000-38,000 บาท เช่น งาน IT Support งาน Software งานเจ้าหน้าที่ให้บริการด้านไอที องค์กรกำลังมองหาผู้สมัครงานที่มีความสามารถวิเคราะห์ทางเทคนิคได้ มีความสามารถเขียนโปรแกรมให้กับเว็บไซต์ ความสามารถดำเนินการทดสอบ และ QA ได้

อันดับที่ 4 งานบริการด้านการแพทย์ มีการให้เงินเดือนผู้ทำงานใหม่ในอัตราเงินเดือน 22,000-37,000 บาท เช่น แพทย์ผ่าตัด , ทันตแพทย์ , กุมารแพทย์ ต้องมีความรู้ความเข้าใจในด้านกายภาพ พฤติกรรม มีความคุ้นเคยในด้านการทำการวิจัย จรรยาบรรณในวิชาชีพ รวมทั้งปฏิบัติตามกฎระเบียบและนโยบายของโรงพยาบาล จะต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านระบาดวิทยา เพื่อเฝ้าระวัง ควบคุมและป้องกันการระบาดโรคจากสัตว์ไปสู่คน

อันดับที่ 5 งานธนาคาร / งานการเงิน เงินเดือน อยู่ที่ 21,000-36,000 บาท อาทิ เจ้าหน้าที่วางแผนด้านการเงิน , เจ้าหน้าที่วิเคราะห์ด้านการเงิน องค์กรมองหาผู้สมัครงานที่มีความเชี่ยวชาญในการตีความผลลัพธ์ทางการเงิน และตัวชี้วัดทางธุรกิจ เพื่อนำมาวิเคราะห์แนวโน้มของการลงทุน มีกระบวนการคิดและวิเคราะห์ข้อมูลที่ดี และสามารถจัดลำดับความสำคัญของประเด็นการแก้ไขปัญหา มีความรู้และทักษะการคิดคำนวณที่ดีเยี่ยม

อันดับที่ 6 งานประกันภัย เงินเดือนไม่น้อยเลยอยู่ที่ 21,000-35,000 บาท เช่น เจ้าหน้าที่คณิตศาสตร์ประกันภัย , เจ้าหน้าที่ฝ่ายรับเรื่องประกัน ผู้ที่มีความคิดเชิงตรรกะ และความสามารถเชิงตัวเลขระดับลึกต้องผ่านการสอบวัดผลในวิชาชีพ Associateship หรือ Fellowship มีความสามารถในการใช้คอมพิวเตอร์ได้ดี โดยเฉพาะ Excel ทักษะด้านการวิเคราะห์ข้อมูล การแก้ปัญหาที่ดี และเรียนรู้เร็ว ไปสมัครงานกันได้เลย

อันดับที่ 7 งานวิศวกรรม เงินเดือน 19000-33,000 บาท เช่น วิศวกรวางแผนโครงข่ายวิทยุ , วิศวกรโครงการ , วิศวกรเคมี ต้องมีความเป็นผู้นำ มีการบริหารจัดการที่ดี มุ่งเน้นการทางานเป็นทีม แก้ไขปัญหา และมีการตัดสินใจที่ดี สามารถบริหารจัดการความเสี่ยง, บริหารการเงิน และบริหารจัดการความเปลี่ยนแปลงมีความรู้เรื่องกฎหมายเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์


เทคนิคเสริมจุดเด่น พิชิตใจนายจ้างเมื่อคุณเป็นผู้สมัครงานที่มีจุดด้อย

การสมัครงาน และการเขียนเรซูเม่ไม่ใช่เรื่องง่าย สำหรับการสมัครงงาน ยิ่งกับคนที่ตกงาน   ถูกให้ออกจากงาน และขาดคุณสมบัติบางประการ  จะเขียนอย่างไรให้ดูดีไม่มีข้อบกพร่อง มีเทคนิคเสริมจุดเด่น พิชิตใจนายจ้างได้อย่างไร เราจะพาผู้สมัครงานมาร่วมศึกษากันไปพร้อมๆกัน

ถ้าคุณว่างงานมาเป็นเวลานาน  การปล่อยให้ในเรซูเม่ของคุณมีช่องว่างระหว่างงานล่าสุดจนถึงปัจจุบันนานเกินไปย่อมไม่ดี  ระหว่างที่รองานประจำ คุณอาจจะทำงาน Part Time ประสบการณ์ทำงานทุกอย่างมีความสำคัญ แม้จะเป็นเพียงช่วงเวลาสั้น ๆ ก็ตามหรือ เข้าศึกษาหาความรู้ในคอร์สเสริทักษะสั้นๆแบบนี้น่าจะดีกว่า

ถ้าคุณถูกให้ออกจากงาน  หากเกิดจากปัญหาของบริษัท นั่นย่อมไม่ใช่ความผิดของคุณ แต่ถ้าเกิดจากข้อผิดพลาดของคุณ จงตั้งสติแก้ไขมันและบอกตัวเองว่านี่คือการเริ่มต้นใหม่ และคุณก็จงแสดงความตั้งใจดีที่จะทำงานใหม่นี้ให้ผู้รับสมัครงานได้เห็น

เมื่อคุณสมัครงานในตำแหน่งงานที่ต่ำกว่าคุณสมบัติของคุณ ไม่แปลกที่คนเราจะลดตำแหน่งตัวเองลงมา จงอธิบายกับผู้ประกอบการว่า จริง ๆ แล้วตำแหน่งก็เป็นเพียงแค่ชื่อเรียก สิ่งที่คุณโฟกัสคือความสำเร็จขององค์กรและการได้พัฒนาตัวเองตลอดจนการทำงานอย่างเต็มความสามารถมากกว่า

หากคุณคือเด็กจบใหม่ ยังไม่มีประสบการณ์การทำงาน ไม่ได้เป็นอุปสรรค เพราะประสบการณ์นั้นสามารถสั่งสมได้จากกิจกรรมทุกอย่าง ที่คุณทำในขณะเรียน รวมถึงประสบการณ์ฝึกงานก่อนสำเร็จการศึกษา ก็สามารถนำมาเชื่อมโยงกับงานในอนาคตได้

เสริมให้ตัวเองมีจุดเด่นได้อย่างไรเพื่อพิชิตใจนายจ้างคือคำถามต่อมาที่คนหางานต้องตีโจทย์ให้แตก เริ่มจากการพัฒนาทักษะตามเทรนด์  เมื่อรู้ว่าตลาดต้องการคนที่มีคุณสมบัติเช่นไร คุณก็ควรจะพัฒนาทักษะของคุณอยู่ตลอดเวลา   โชว์ผลงานของคุณให้เห็นว่าความสามารถของคุณเป็นที่ยอมรับของหัวหน้า หรือเจ้านาย นำเสนอ รางวัลที่ได้รับ จดหมายชมเชยจากหัวหน้า ลูกค้า และเพื่อนร่วมงานจากองค์กรเดิม มานำเสนอต่อกรรมการสัมภาษณ์   บอกถึงความสำเร็จของคุณ ที่จะสามารถนำมาช่วยให้องค์กรแห่งนี้ก้าวหน้า ได้

คนเรามีจุดด้อย  และมีสิ่งที่เรามีจุดเด่น อย่าลืมที่จะหาจุดเด่นเข้ามาเสริมให้กับตัวคุณเอง และพัฒนาจุดด้อยให้ดีขึ้น จะทำให้คุณได้รับโอกาสที่ดีได้ ได้งานที่ต้องการ และมีทักษะความสามารถติดตัว การนำเสนอตัวเองโดยการเลี่ยงจุดด้อยไม่ใช้เรื่องผิดแต่อย่าปกปิดหรือโกหกไม่เป็นผลดีแน่นอน  หากคุณมีความตั้งใจจริงในการสมัคงาน และพร้อมในการพัฒนาตัวเองนายจ้างหลายแห่งยังเปิดโอกาสให้คุณเข้ามาร่วมงานอยู่เสมอ ขอแค่คุณมีใจที่จะทำงานอย่างเต็มที่เท่านั้นเอง


ข้อควรพิจารณาก่อนหางานเมืองนอก พร้อมไหมถามใจคุณ

การเดินทางไปทำงานต่างประเทศยังเป็นที่นิยมของแรงงานไทย แม้ว่าจะมีการเดินทางไปทำงานต่างประเทศกันมานานและมันช่างเย้ายวนใจคนหางาน ด้วยรายได้ที่ดีกว่า และมองเห็นคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

แต่ก่อนที่จะไปทำงานเมืองนอกคนหางานต้องพิจารณาให้ดีก่อนว่าคุณพร้อมไหมกับการไปทำงานต่างแดน  ปัจจัยที่ต้องตระหนักก่อนการหางานและตัดสินใจไปทํางานต่างประเทศ  มีหลายสิ่งถามใจคุณดูว่าพร้อมแค่ไหนกับการไปครั้งนี้

สุขภาพ คนทำงาน

เรื่องสุขภาพ คนหางานต้องเป็นผู้ที่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง ไม่มีโรคประจําตัวที่อาจเป็นอันตรายต่อการทํางาน สุขภาพจิตใจ พร้อมไหวกับการไปรับวัฒนธรรมความเป็นอยู่และการทำงานในต่างแดน

อัตราค่าจ้างที่ได้รับ เมื่อเปรียบเทียบกับการทํางานในประเทศ รวมถึงการต้องกู้หนี้ยืมสินเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการไปทํางานต่างประเทศ มีความคุ้มค่ากันหรือไม่

การเสียโอกาสที่เกิดขึ้นในชีวิตของคุณคุ้มไหมที่จะเสียไป เช่น เสียโอกาสในการเลี้ยงดูอบรมลูก ดูแลพ่อแม่ ห่างจากคนรัก

คุณมีทักษะฝีมือ เพียงพอต่อการไปเป็นแรงงานที่มีทักษะสูงในต่างแดนหรือไม่การไปทำงานแบบคนที่ไร้ทักษะจะทำให้ค่าตอบแทนของคุณนั้นต่ำลงไปมาก

การเตรียมพร้อมในการไปทำงานต่างแดนนั้นมีรายละเอียดมากทีเดียวต้องศึกษาให้ดี   แรงงานช่างฝีมือจะได้ค่าตอบแทนสูงกว่าแรงงานกึ่งฝีมือ/ไร้ฝีมือ จงเตรียมตัวเองให้อยู่ในกลุ่มของแรงงานมีฝีมือก่อนออกไปเผชิญการทำงานในต่างแดน และคุณคือผู้หางานที่มีคุณสมบัติเหมาะสมกับตําแหน่งงาน มี เพศ อายุ ส่วนสูง น้ําหนัก ระดับการศึกษา สุขภาพ  ความรู้ความสามารถตามที่นายจ้างต้องการ  ต้องผ่านการตรวจสอบสุขภาพจากสถานพยาบาล และการทดสอบฝีมือจากสถานทดสอบฝีมือแรงงานที่กําหนดไว้

ตรวจสอบข้อมูลกับกรมการจัดหางาน

ต้องไม่เชื่อคําโฆษณาชักชวนจากทั้งตัวบุคคลและในสื่อสังคมออนไลน์ ต้องตรวจสอบข้อมูลกับกรมการจัดหางานก่อนทุกครั้ง          ต้องรู้วิธีการขั้นตอนและเอกสารที่เกี่ยวข้อง วิธีการไปทํางานต่างประเทศที่ถูกต้องตามกฎหมาย

ศึกษาสัญญาจ้างระหว่างนายจ้างในต่างประเทศกับคนงานให้ชัดเจน สัญญาจ้างต้องมีชื่อและที่อยู่ของนายจ้างกับคนงานที่ตกลงทําสัญญาจ้างงานกัน สัญญาจ้างจะระบุรายละเอียดเกี่ยวกับตําแหน่งงานอัตราค่าจ้าง ระยะเวลาการจ้าง วัน เวลาทํา งาน วันหยุด ค่าล่วงเวลา ค่ารักษาพยาบาล และสวัสดิการอื่นๆ

หากมีความพร้อมเต็มที่แล้ว ก็ขอให้การเดินทางไปทำงานในต่างประเทศของคุณเป็นไปด้วยดี สามารถทำงานได้เต็มความสามารถ มีรายได้ตามที่ตั้งใจ สามารถนำเงินที่ได้มาพัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น เก็บเกี่ยวประสบการณ์ที่ได้ในต่างแดนอย่างเต็มที่ และแสดงให้เห็นว่าคนไทยนั้นมีฝีมือมากเพียงใด  ขอให้คุณใช้โอกาสนี้ในการแสดงฝีมือ การรักษาวินัย ให้นายจ้างต่างแดนพึงพอใจในผลงานของคุณ


อยากไปทำงานเมืองนอก ทำยังไงให้ถูกกฎหมายและไม่ถูกหลอก

การหางาน ไม่ได้จำกัดแค่การหางานทำในแระเทศเมื่อโลกเชื่อมโยงกันมากขึ้นและคุรมองเห็นโอกาสในการหางานทำในต่างแดน แต่ทำอย่างไรให้การหางานของคุณเป็นไปอย่างถูกกฎหมายและจะไม่ส่งผลร้ายต่อตัวคุณ

แนวทางในการหางานทำในต่างแดน ที่ทำให้คุณไม่เสี่ยงกันเถอะ

  1. สมัครงานผ่านบริษัทจัดหางานที่ปฏิบัติถูกต้องตามกฎหมายมีใบอนุญาตการจดทะเบียนต่อกรมการจัดหางาน อย่าใช้นายหน้าเถื่อน เพราะต้องการลดค่าใช้จ่าย ต้องเรียกเก็บค่าหัวตามกฎหมายและออกใบเสร็จรับเงินให้คนหางานไว้เป็นหลักฐานต้องพาคุณเข้าสู่กระบวนการอย่างครบถ้วน ทั้งการตรวจโรค ทดสอบฝีมือ รับการฝึกอบรมจากเจ้าหน้าที่ของกรมการจัดหางานก่อนเดินทาง ผ่านด่านตรวจคนหางานของกรมการจัดหางาน
  2.             ให้กรมการจัดหางานเป็นผู้จัดส่งไปทำงานไม่ต้องเสียค่าบริการ มีแค่ค่าใช้จ่ายที่จำเป็น เช่น ค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าวีซ่า ค่าภาษี สนามบิน ค่าสมาชิกกองทุนฯ ค่าที่พักสำหรับเตรียมตัวก่อนเดินทาง คุณจะได้เข้ารับการอบรมก่อนเดินทาง  และเมื่อถึงประเทศที่คนงานไปทำงานจะมีเจ้าหน้าที่จากสำนักงานแรงงานในต่างประเทศมารับที่สนามบิน
  3. ให้นายจ้างในประเทศไทยพาไปทำงาน  กรณีที่มีบริษัทแม่อยู่ในต่างประเทศหรืออาจประมูลงานได้  การไปด้วยวิธีการนี้มีความปลอดภัยสูงและไม่เสี่ยงต่อการทำผิดกฎหมาย  รวมไปถึงการที่นายจ้างในประเทศไทยส่งลูกจ้างของตนไปฝึกงาน   เป็นการเรียนรู้พัฒนา ฝีมือลูกจ้างให้ทันกับเทคโนโลยีสมัยใหม่
  4. แจ้งไปทำงานด้วยตนเอง  ติดต่อหางานต่างประเทศหรือจากคำแนะนำของญาติพี่น้อง ควรศึกษาข้อมูลให้ดี  พิจารณาสัญญาจัดหางานและสัญญาจ้างแรงงานอย่างรอบครอบ  และลงทะเบียนผู้ประสงค์จะไปทำงานต่างประเทศซึ่งเป็นมาตรการที่ใช้คุ้มครองคนหางานเพื่อลดปัญหาการถูกหลอกลวง

เตรียมค่าใช้จ่าย

เมื่อคุณเตรียมการในส่วนของการหางานแล้ว ต้องมาพิจารณาค่าใช้จ่ายในการไปทำงานต่างประเทศ ซึ่งประกอบด้วย ค่าทำหนังสือเดินทางหรือพาสปอร์ต 1,000 บาท  ค่าตรวจสุขภาพเพื่อไปทำงานต่างประเทศไม่เกิน 1,500 บาท แต่ต้องไปตรวจในโรงพยาบาลที่กรมการจัดงานประกาศรายชื่อไว้

ค่าทดสอบฝีมือครั้งละไม่เกิน 500 บาท หากค่าทดสอบฝีมือมีค่าใช้จ่ายสูงเกิน 500 บาท ให้ผู้ได้รับอนุญาตดำเนินการทดสอบฝีมือ เรียกเก็บได้ตามอัตราที่อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงานกำหนด ทั้งนี้ต้องไม่เกินครั้งละ 1,000 บาทค่าบริการและค่าใช้จ่าย (ค่าหัว)

ไปทำงานไต้หวันเสียค่าบริการและค่าใช้จ่ายไม่เกิน 56,000 บาท  ไปทำงานประเทศอื่นๆ เสียค่าบริการเท่ากับค่าจ้าง ที่ท่านได้รับไม่เกิน 1 เดือน และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ในการจัดส่งไม่เกิน 15,000 บาท

หากเตรียมการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ก็ขอให้สบายใจได้ว่าคุณจะได้ทำงาน และหารายได้ตามที่ต้องการขอให้มีความสุขกับการทำงานและบรรลุเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้


ต้องหางานใหม่เมื่ออายุเข้าเลข 4 ทำยังไงให้คุณไม่พลาดงาน

การหางานใหม่ เป็นเรื่องที่หลายคนเครียดอยู่แล้ว ยิ่งต้องมาหางานใหม่เมื่ออายุมากแล้ว การต่อสู่กับเด็กรุ่นใหม่ก็ไม่ใช่เรื่องสนุก แม่คุณจะมีประสบการณ์แต่ก็ใช่ว่าจะมีภาษีดีกว่าคนรุ่นใหม่

จากกรณีปัญหาบริษัทไอทีรุ่นใหม่ไม่สนใจรับคนอายุเกิน 40 ปีเข้าทำงานที่เกิดขึ้นในซิลิคอนวัลเล่ย์ อาณาจักรไอทีที่ทรงอิทธิพลที่สุดของโลก นั้นทำให้คนอายุมากที่ต้องการหางานทำต้องกลับมาคิดแล้วว่าทำยังไงให้คุณไม่ถูกปฏิเสธการรับเข้าทำงาน

หางานใหม่

ในอเมริกานั้นอายุเฉลี่ยของคนทำงานอยู่ที่ 42 ปี แต่ถ้ามาดูอายุเฉลี่ยของคนทำงานสายงานไอทีกลับน้อยกว่านั้นมาก  Tech Company รายใหญ่ของโลก อย่าง Apple อายุพนักงานเฉลี่ย 31 ปี, Google และ Tesla อายุพนักงานเฉลี่ย 30 ปี, ส่วน Facebook และ LinkedIn อายุเฉลี่ยคือ 29 ปี แล้วคนอายุมากจะทำอย่างไรเมื่อต้องหางานใหม่

กลุ่มคนรุ่นใหม่ ฉลาดกว่าคนรุ่นก่อน

เมื่อโลกของการทำงานเปิดรับคนหนุ่มสาว หรือโลกของการทำงานโดยเฉพาะโลกไอทีไม่ใช่ที่ของคนแก่  มากกว่านั้นหลายอุตสาหกรรม ที่พยายามเปลี่ยนลดอายุเฉลี่ยของคนทำงานให้ต่ำลง เนื่องจากต้องการความคิดสดใหม่และมีผลต่อการลดฐานเงินเดือนลงได้อีกด้วย

กล่าวแบบนี้ก็อาจจะเหมือนกับว่า เรากำลังมองว่ากลุ่มคนรุ่นใหม่ ฉลาดกว่าคนรุ่นก่อน ก็คงไม่ใช่อย่างนั้นแต่เพราะคนรุ่นใหม่มีความคิดอ่านอย่างคนที่ทันต่อสมัยมากกว่าคนรุ่นเก่าที่มีชุดความคิดเดิม

สมัครงาน

การเลือกปฏิบัติทางอายุ (age discrimination) เป็นประเด็นอีกอย่างที่หลายองค์กรกำลังเผชิญหน้าอยู่ ไม่ผิดที่องค์กรจะเลือกคนที่เหมาะกับองค์กร แต่ในขณะเดียวกันการให้ความสำคัญและทำงานร่วมกันอย่างมีความสุขของคนทุกช่วงวัยก็ควรได้รับความใส่ใจ

ทำอย่างไรให้องค์กรไม่มองข้าม

เมื่อโลกมองไปที่คนหนุ่มสาวแล้วคนวัยเลข 4 จะทำตัวอย่างไรให้องค์กรไม่มองข้าม คือคำถามที่เราต้องมาร่วมกันหาคำตอบ

การเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดูหนุ่มสาวกว่าอายุเป็นอีกอย่างที่ทำให้คุณมีความเป็นเด็ก !!!  ต้องเลิกใส่สูทในวันสัมภาษณ์งาน ทิ้งเนคไทไว้ข้างหลัง เปลี่ยนมาสวมสเวตเตอร์สีสันสดใส  เปลี่ยนมาใส่เสื้อสบายๆ รองเท้าผ้าใบ หันมาออกกำลังกาย ย้อมผมให้เข้มขึ้น

ศึกษาคำใหม่ๆ ที่คนรุ่นใหม่เขาใช้กัน หาข้อมูลความสนใจในแบบที่คนรุ่นใหม่เขาทำกัน สร้างเครือข่ายในสังคมออนไลน์ต่างๆ เช่น LinkedIn Twitter Snapchat Pinterest ให้คุณเองมีพื้นที่ในการนำเสนอความสามารถ    เปลี่ยนรูปโปรไฟล์ เป็นรูปภาพเท่ๆ  ทำตัวเองให้เป็น พี่ใหญ่ที่เข้าใจคนรุ่นใหม่ เป็นหัวหน้าแก๊งค์เด็ก อย่าแสดงตัวไปในทิศทางของหัวหน้าที่เข้มงวด พร้อมที่จะเป็นคนที่คนรุ่นใหม่อยากเข้าหา

หากมองว่าการปรับตัวเหล่านี้ทำให้คุณได้งานมันอาจเป็นการฝืนเกินไปแต่ถ้าคุณมองกลับกันว่านี้คือการเติมไฟในตัวคุณปลุกคนรู้สึกของความหนุ่มสาวขึ้นมาอีกครั้ง มาก็น่าจะทำให้คุณแฮปปี้จริงไหม


คนหางานอย่าปล่อยเวลาเสียไป มาเพิ่มคุณค่าตัวเองให้เข้าตาองค์กรใหญ่กันเถอะ

การหางานในยุคปัจจุบันมีการแข่งขันกันสูงมากถ้าคุณคืออีกหนึ่งคนที่กำลังหางานทำการสร้างคุณค่าให้ตัวเองเป็นตัวเลือกที่ดีคือสิ่งที่ไม่อาจปฏิเสธได้เลย เรามาดูกันสิว่าคนหางานควรมีคุณสมบัติอะไรที่จะทำให้คุณเข้าตาองค์กรใหญ่ๆ

องค์กร

  1. ใช้งานคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์เทคโนโลยีอย่างเชี่ยวชาญ รูปแบบการทำงานในปัจจุบันเปลี่ยนไปจากเดิม คนทำงานยุคใหม่นั้นต้องเป็น Digital Worker มากกว่าทำงานด้วยคอมพิวเตอร์ยังมีเทคโนโลยีดิจิทัลมากมายที่คุณต้องเรียนรูป เพราะโลกทุกวันนี้เป็น Internet of Things
  2. แก้ไขปัญหาด้วยการคิดเชิงวิเคราะห์ โลกการทำงานต้องเผชิญกับสถานการณ์ต่างๆมากมาย คนที่สามารถ การวางแผน การแก้ไขปัญหา ต่างๆอย่างมีระบบ สรรหาหาวิธีจัดการกับปัญหาได้อย่างรอบครอบคือคนที่องค์กรกำลังมอง และมากไปกว่านั้นคือคนที่สามารถป้องกันไม่ให้เกิดความเสี่ยงต่อองค์กรได้นั้นคือคนที่องค์กรต้องการที่สุด
  3. ใช้ภาษาต่างประเทศอย่างคล่องแคล่ว ความสามารถด้านภาษาทำให้เปิดโอกาสให้กับตัวคุณและสร่งโอกาสทางการแข่งขันให้กับองค์กร ภาษามีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งในโลกการทำงานปัจจุบัน การติดต่อสื่อสาร การค้นคว้าหาความรู้ที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน นอกจากภาษาอังกฤษ แล้ว ภาษาจีน ภาษาญี่ปุ่น ก็ช่วยเพิ่มโอกาสในการทำงานมากยิ่งขึ้น
  4. คิดได้และคิดเป็นอย่างสร้างสรรค์ มีส่วนสำคัญอย่างมากในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์หรือบริการขององค์กรให้โดดเด่นและแตกต่างจากคู่แข่ง การขับเคลื่อนไปสู่เป้าหมายในอนาคตองค์กรไม่อาจใช้สิ่งที่มีอยู่เดิมในการแข่งขันแต่ต้องมีสิ่งใหม่ที่เหนือกว่าคู่แข่งคนที่มีความสามารถในการคิดสร้างสรรค์จึงเป็นคนที่องค์กรต้องการตัว และยิ่งสามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมได้ด้วยแล้วยิ่งเป็นที่หมายปองมากขึ้นไปอีก
  5. ทักษะการสื่อสารมีบทบาทสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะคนทำงานทุกคนต้องมีการติดต่อประสานงานกับผู้อื่นอยู่เสมอ การสื่อสารที่เป็นระบบ ชัดเจน รู้จักการลำดับความสำคัญในการสื่อสาร สามารถทำให้ผู้รับสารสามารถเข้าใจได้ครบถ้วนและถูกต้อง จะทำให้การทำงานเป็นทีมมีประสิทธิภาพมากขึ้นหากไม่มีการสื่อสารหรือสื่อสารไปในทิศทางต่างกันการทำงานร่วมกันในองค์กรหรือทำงานร่วมกับผู้อื่นนอกองค์กรคงไม่เกิดผลลัพธ์ที่ดีเป็นแน่

 

โลกการทำงานสมัยใหม่มีอะไรมากมายที่ คนทำงานรุ่นใหม่  คนทำงานมานาน หรือคนที่กำลังหางานต้องเรียนรู้พร้อมพัฒนาตัวเอง เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการขององค์กร หากคุณคือคนที่พร้อมต่อการร่วมขับเคลื่อนองค์กรไปข้างหน้า การหางานหรือการเติบโตในสายงานก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป จงเปิดใจที่จะเรียนรู้และพัฒนาตัวอยู่อยู่เสมอ ด้วยการสร้างคุณค่าให้ตัวเองและส่งมอบคุณค่านั้นผ่านการทำงานให้องค์กรเพื่อร่วมกันสร้างสิ่งที่ดีให้องค์กรและส่งมอบออกมาสู่ผู้รับบริการ