วิธีสร้างความมั่นใจในการสมัครงาน

การสร้างโอกาสให้เรามีความมั่นใจในทุกครั้งที่เราทำการสมัครงานเป็นอีกหนึ่งความสำคัญที่จะสามารถทำให้เราได้รับเลือกเข้าทำงานในตำแหน่งที่เราต้องการซึ่งเป็นอีกหนึ่งข้อที่ทางฝ่ายบุคคลมักจะสังเกตและวิเคราะห์บุคลิกภาพของผู้สมัครเพื่อนำข้อมูลประกอบการตัดสินใจ โดยไม่ได้ดูข้อมูลเฉพาะเกรดหรือผลการเรียนเพียงอย่างเดียวดังนั้นเราควรสร้างความมั่นใจทุกครั้งก่อนก้าวเข้าไปในสนามของตลาดแรงงาน

จากประสบการณ์ของผู้ที่ได้เคยผ่านการคัดเลือกในการสมัครงานได้มีการเปิดเผยเทคนิคและวิธีสร้างความมั่นใจในระหว่างที่เราอยู่ในระหว่างการยื่นใบสมัครเพื่อเข้าสู่การคัดเลือกในตำแหน่งงานที่เราต้องการนอกจากการกรอกข้อมูลส่วนตัวและประวัติพื้นฐานสำคัญของพนักงานเช่น เป็นวันเดือนปีเกิด ที่อยู่ ผู้ติดต่อที่สามารถติดต่อได้ในกรณีเกิดเหตุการณ์สำคัญ รวมถึงประวัติการทำงานและความสามารถเฉพาะตัวของผู้สมัคร

โดยในบางบริษัทมีการให้ทำข้อสอบไอคิวหรือข้อสอบจิตวิทยาเพื่อดูแนวทางความคิดของผู้สมัครหลังจากนั้นจะเป็นช่วงเวลาที่จะต้องอยู่ในห้องสัมภาษณ์แต่มีบรรยากาศที่กดดันถึงแม้ในห้องสัมภาษณ์งานจะมีเพียงแค่ผู้สมัครและตัวสัมภาษณ์ สำหรับทางบริษัทมีการให้ผู้จัดการสัมภาษณ์ถึง 3 คนเพื่อดูภาวะทางอารมณ์ของผู้สมัครโดย 1 ใน 3 จะมีการยิงคำถามที่มีความกดดันออกมาเสมอเพราะฉะนั้นเราจะต้องทำการเตรียมตัวให้พร้อมมีสติในการตอบคำถาม รวมทั้งคิดตอบคำถามให้รวดเร็วเพราะไหวพริบปฏิภาณมีส่วนที่ทางฝ่ายบุคคลนำมาพิจารณา

สำหรับวิธีสร้างความมั่นใจในการ สมัครงาน ก็คือเราควรศึกษาข้อมูลพื้นฐานของบริษัทตำแหน่งที่เราสมัครงานเพราะคำถามที่จะถูกใช้ในการสัมภาษณ์จะมีความเกี่ยวข้องกับตำแหน่งนี้เสมอรวมทั้งการคาดเดาคำถามที่คาดว่าจะถูกสอบถามในระหว่างที่มีการซักถามและทำให้เราลดความตื่นเต้นเมื่ออยู่ในสถานการณ์จริงพร้อมกับการซ้อมตอบคำถามผ่านทางด้านกระจกเพื่อที่เราจะได้เห็นบุคลิกภาพและการตอบตัวเรา ซึ่งวิธีนี้เป็นเครื่องสะท้อนให้เห็นภาพองค์ประกอบโดยรวมของเราในระหว่างที่มีการตอบคำถามได้เป็นอย่างดี หากเราฝึกบ่อยจะทำให้เรามีความมั่นใจ หากต้องการทำงานในตำแหน่งที่คุณตั้งใจเป็นต้องให้ความใส่ใจและฝึกฝน

 

การสร้างความมั่นใจในการเตรียมตัวสมัครงานและระหว่างการสัมภาษณ์มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งต่อการแสดงออกถึงความมั่นใจกับความมุ่งมั่นในการเข้ารับการเลือกในตำแหน่งนี้จะทำให้คุณได้คะแนนในความตั้งใจและมีโอกาสผ่านการสัมภาษณ์ครั้งนี้พร้อมต้อนรับคุณเป็นพนักงานใหม่ของบริษัท การเตรียมตัวเป็นกุญแจแห่งความสำเร็จที่คุณเองสามารถวางแผนได้ด้วยตนเอง

 

Please follow and like us:

เลือกหางานแบบไหนไม่โดนโกง

ในระหว่างที่เรากำลังหางานอยู่นั้นเชื่อได้ว่าสำหรับใครที่เป็นน้องใหม่หรือผู้ที่กำลังเข้าสู่ตลาดแรงงานบ่อยครั้งมักจะมีประสบการณ์ไม่ดีจากบริษัทที่ไม่มีคุณภาพในการประกาศรับสมัครงานส่งผลทำให้เราเสียเวลาและมีโอกาสเสียเงินในการเดินทางไปสัมภาษณ์งานสำหรับปัญหาในส่วนนี้ยังคงมีอยู่ในปัจจุบัน วันนี้เราจึงมีวิธีรับมือเบื้องต้นเพื่อให้เราหางานทำได้แบบไม่โดนโกง

ในปัจจุบันมีแหล่งให้เราเข้าไปตรวจสอบและหางานอยู่เป็นจำนวนมาก หลายทั้งที่เราใส่ข้อมูลในการสมัครงานเข้าไปปรากฏว่ามีบริษัทติดต่อกลับมาและมักเป็นบริษัทเกี่ยวกับการประกันภัยหรือการขายที่มีเงินเดือนสูงมากผิดปกติหากมีลักษณะแบบนี้แนะนำให้ไม่ควรติดต่อกลับไปเพราะเคยมีกรณีที่มีคนตัดสินใจติดต่อกลับไปปรากฏว่าเมื่อไปถึงยังสถานที่รับสมัครงานทางเจ้าหน้าที่จะมีการพูดคุยและโน้มน้าวให้เราสมัครสมาชิกการขายโดยเสียค่าสมัคร 300 บาท

คนหางาน หากเป็นในลักษณะนี้ให้ควรรีบกลับทันทีหรือไม่ควรติดต่อกลับไปอีกเลยเพราะถ้าเราหลวมตัวไปเราจะเจอเจ้าหน้าที่ของบริษัทไม่ต่ำกว่า 3 คนรุมล้อมเข้ามาพูดโน้มน้าวให้เราสมัครสมาชิกและร่วมทำธุรกิจซึ่งกรณีนี้ไม่ต่างอะไรกับ ธุรกิจขายตรงถ้าเราสามารถหาคนมาสมัครต่อเราได้ 10 คนก็เท่ากับว่าวันนั้นเราจะได้เงินค่าสมัคร   3000 บาททันที ซึ่งเป็นวิธีที่ไม่ถูกต้องเป็นการหลอกลวงเพราะคนที่เดินทางมาสมัครงานบางครั้งเขาอาจจะกำลังลำบากหรือมีเงินติดตัวอยู่ไม่มากนัก

การชักจูงแกมบีบบังคับให้รู้สึกเกรงใจ อยากลุกออกจากที่นั่นจนยอมเสียเงินในส่วนนี้ไม่ดีแน่นอนและอีก 1 กรณีสำหรับบริษัทที่มัก หลอกลวงนั่นก็คือบริษัทแนวขายประกันซึ่งบริษัทในส่วนนี้มักโน้มน้าวให้เราสมัครสมาชิกและเข้าอบรมประการซึ่งในความเป็นจริงแล้วทางบริษัทประกันภัย มีเจ้าหน้าที่และทีมงานมืออาชีพรวมทั้งตัวแทนขายประกันภัยอยู่ในทุกจุดของประเทศไทย  ซึ่งความเป็นไปได้ใครจะสมัครเป็นตัวแทนกับทางบริษัทประกันภัยก็ได้ไม่จำเป็นต้องผ่านนายหน้าหรือบริษัทหลอกลวงให้เราไปนั่งฟังเกี่ยวกับธุรกิจประกันภัยเพราะฉะนั้นงานลักษณะนี้เป็นไปได้ไม่ควรติดต่อกลับ

การเลือกหางานแบบไม่โดนโกงสิ่งแรกที่เราต้องคิดถึงเสมอก็คือการพิจารณาบริษัทว่ามีตัวตนจริงหรือไม่ มีความมั่นคงเพียงใดและเป็นบริษัทที่ถูกต้องตามกฎหมายโดยข้อมูลเบื้องต้นเราสามารถเช็คผ่านอินเตอร์เน็ตเพราะบริษัทที่มีการประวัติการโกงมักจะมีผู้ร้องเรียนและโพสต์เตือนภัยเพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของบริษัทเหล่านี้เพราะฉะนั้นก่อนทำการหางานแบบไม่โดนโกงเราต้องเช็คให้ดีและหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ตเพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจก่อนทำการสมัครงานต่อไป

 

Please follow and like us:

ควรหางานช่วงเดือนไหนจะมีโอกาสได้งานมากที่สุด

เชื่อว่าหลายท่านเคยประสบปัญหาในระหว่างการยื่นใบสมัครงานไปตามบริษัทต่างๆแต่เงียบหายไม่ได้รับการตอบกลับการสมัครงานก็เปรียบเหมือนการขายที่มีกำไรขึ้นลงมีช่วงเวลาของความต้องการ เช่นเดียวกับตลาดแรงงานเพราะฉะนั้นก่อนที่เราจะทำการเปลี่ยนงานโดยลาออกจากงานเพื่อหางานใหม่ รบกวนดูช่วงเวลาให้ดีเพื่อให้รู้เท่าทันตลาดแรงงานว่ากำลังบูมในช่วงเวลาไหนเพื่อให้การตัดสินใจไม่พลาดและเป็นการดีที่คุณจะเริ่มงานได้ทันทีหลังจากลาออกจากที่เดิม

เหตุผลของการลาออกจากงานส่วนใหญ่มักจะลาออกเพื่อ หางาน ในบริษัทใหม่และรับเงินเดือนเพิ่มขึ้น เพราะหากอยู่ต่อไปโอกาสในการปรับเงินเดือนเป็นไปได้ช้า ซึ่งวิธีที่เร็วที่สุดในการปรับฐานเงินเดือนก็คือการลาออกจากงานและสมัครที่ใหม่แต่ใช้ประสบการณ์ทำงานที่ผ่านมาต่อรองเงินเดือนใหม่ ซึ่งส่วนใหญ่ร้อยละ 90 เปอร์เซ็นต์ประสบความสำเร็จจากการลาออกและสมัครในบริษัทใหม่โดยได้เงินเดือนตามที่เรียกไว้ นอกจากนี้เหตุผลของการลาออกจากงานอาจเป็นเพราะปัญหาส่วนตัวเรื่องการเดินทางเพราะฉะนั้นหากเราต้องการงานควรจะดูช่วงระยะเวลาของตลาดที่เปิดรับพนักงานด้วยเช่นเดียวกัน

โดยข้อมูลในส่วนนี้นักศึกษาที่จบใหม่สามารถอ่านเพื่อประกอบการตัดสินใจได้เช่นเดียวกัน โดยช่วงเวลาที่มีการเปิดรับพนักงานและโอกาสที่เราจะได้รับคัดเลือกในการทำงานมีสูงนั่นก็คือช่วงเดือนกรกฎาคมถึงเดือนกันยายนเพราะเป็นช่วงที่คนส่วนใหญ่สับเปลี่ยนงานโดยมักจะหาทำงานช่วงหลังได้โบนัสกันก่อนจึงจะทำการลาออก ส่วนใหญ่โบนัสของแต่ละบริษัทจะอยู่ช่วงเดือนไม่เหมือนกันเช่นสิ้นเดือนธันวาคมหรือช่วงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ตรงกับเทศกาลตรุษจีน

แต่ส่วนใหญ่มักจะทำงานจนได้รับโบนัสจึงลาออกทำให้ตำแหน่งว่างว่างลงจำนวนมากในช่วงหลังได้รับโบนัสจึงเป็นช่วงที่เหมาะสมที่เราจะทำการสมัครงานหรือหางานใหม่เพราะมีตำแหน่งงานรองรับจากตำแหน่งว่างงานในแต่ละที่และบางช่วงมีนักศึกษาจบใหม่ถึงแม้ช่วงหลังเดือนเมษายนเป็นต้นไปจะเป็นช่วงที่มีนักศึกษาจบใหม่จำนวนมากเข้าสู่ตลาดแรงงานและผู้ที่ทำการเปลี่ยนงานในช่วงนี้ยังคงได้เปรียบอยู่เพราะประสบการณ์ทำงานอย่างยาวนานและมีความพร้อมในการเริ่มต้นการทำงาน ในส่วนนี้จะได้รับการพิจารณามาเป็นอันดับต้นๆหากสมัครงานในบริษัทนั้นไปแน่นอนว่าส่วนใหญ่บริษัทต้องการคนที่มีประสบการณ์มากกว่าเด็กจบใหม่ ยกเว้นเด็กจบใหม่มีความสามารถเฉพาะทางจนเป็นที่ถูกใจของฝ่ายบุคคล

การหางานใหม่สามารถปรับเงินเดือนให้กับพนักงานได้ หากทำอยู่ที่เดิมโอกาสที่เงินเดือนจะสูงขึ้นเป็นไปได้ช้าวิธีที่เร็วที่สุดก็คือการลาออกจากที่ทำงานและสมัครงานที่ใหม่โดยใช้ประสบการณ์ทำงานเป็นเครื่องต่อรองเงินเดือนใหม่

 

Please follow and like us:

ควรเขียนเรซูเม่ภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษดี ในการยื่นใบสมัครงาน

ขั้นตอนของการสมัครงานสิ่งที่ขาดไม่ได้ก็คือการเตรียม resume  ในการสมัครงาน สำหรับข้อมูลในส่วนนี้เปรียบเหมือนการแนะนำข้อมูลแบบสั้นๆของผู้สมัครเพื่อให้เป็นที่สนใจ ในการเตรียมข้อมูลของการทำเรซูเม่จึงมีความสำคัญเพราะข้อมูล resume นี้เป็นหน้าด่านแรกที่จะใช้ในการแนะนำตัวให้ดูน่าสนใจจนถึงขั้นตอนผ่านเข้าไปสู่รอบการสัมภาษณ์งาน ซึ่งทุกคนหวังว่าทางบริษัทจะติดต่อกลับ ดังนั้นควรเลือกการเตรียม resume ในแบบที่เหมาะสมเพื่อให้สามารถเรียกความน่าสนใจวันนี้เราจึงมีข้อมูลเพื่อนำเสนอในการพิจารณาต่อไป

สำหรับการเตรียม เรซูเม่ มีอยู่2แบบคือแบบภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ซึ่งทั้ง2แบบมีความสำคัญแตกต่างกันขึ้นอยู่กับบริษัทที่เราต้องการทำการสมัครงานเป็นหลักเพราะเป็นตัวบ่งบอกถึงรูปแบบในการเตรียม เช่นบริษัทที่เราต้องการสมัครงานเป็นบริษัทที่มีรูปแบบการทำธุรกิจเน้นการติดต่อกับต่างประเทศ ซึ่งสายงานธุรกิจที่ต้องเน้นการใช้ภาษาส่วนใหญ่นิยมตรวจสอบ resume ภาษาอังกฤษเพราะรูปแบบงานจะต้องใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลักจำเป็นต้องหาพนักงานที่มีการสื่อสารภาษาอังกฤษได้พอสมควรเนื่องจากเอกสารต่างๆในการทำงานการติดต่อกับลูกค้า จะเป็นภาษาอังกฤษ หากเราเลือกทำ resumeภาษาอังกฤษ

 

ทางฝ่ายบุคคลจะให้ความสนใจในการ resumeของเราก่อนที่จะเลือก resumeที่เป็นภาษาไทย เพราะเป็นการคัดกรองพนักงานเบื้องต้น จากนั้นจึงจะทำการอ่านข้อมูลใน resumeเพื่อเช็คประวัติการศึกษาและประวัติการทำงาน หากเราสามารถทำเรซูเม่ออกมาได้น่าสนใจและเหมาะกับตำแหน่งงาน โอกาสที่จะได้รับเลือกเข้ามาสัมภาษณ์งานจึงมีความเป็นไปได้สูง และหากเป็นบริษัทที่เน้นการทำธุรกิจภายในประเทศติดต่อประสานงานกับหน่วยงานในไทยมากกว่าการเลือกทำเรซูเม่เป็นภาษาไทย

 

จึงเป็นทางเลือกที่ดีเพื่อความสะดวกในการอ่านข้อมูลประวัติของผู้สมัคร สำหรับในส่วนนี้เราควรตัดสินใจจากบริษัทที่เราจะทำการสมัครงานเพื่อตรวจสอบว่าธุรกิจเป็นการดำเนินการลักษณะไหนเพื่อให้สามารถเตรียมได้อย่างถูกต้องและอีกหนึ่งความสำเร็จที่เป็นกุญแจสำคัญทำให้เราได้รับเลือกในการเรียกสัมภาษณ์งานนั่นก็คือการแสดงข้อมูลตัวตนและประวัติที่น่าสนใจของตัวผู้สมัครเพื่อให้ทางบริษัทเห็นถึงความสามารถและอยากได้เราร่วมทำงาน

ไม่ว่าจะเป็นบริษัทในลักษณะไหนการศึกษาพื้นฐานและรูปแบบธุรกิจของบริษัทนั้นเป็นเรื่องที่เราควรทำเสมอเพราะนอกจากจะช่วยตัดสินใจในการเลือกสมัครงานกับบริษัทที่มีอนาคตที่มั่นคง ยังช่วยในเรื่องการตัดสินใจเลือกทำ resume เพื่อใช้ในการสมัครงานและทางเลือกที่ดีที่สุดเราควรเตรียมรูปแบบทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษเพื่อให้สามารถพร้อมใช้งานได้ทันทีหรือหากใครไม่มั่นใจว่าจะส่งแบบไหน แนะนำให้ส่งทั้งสองภาษาเพื่อให้ทางฝ่ายบุคคลพิจารณาได้ตามความต้องการเพียงเท่านี้โอกาสในเส้นทางการทำงานของคุณก็จะสดใสเพราะการเตรียมตัวที่ดีย่อมส่งผลทำให้คุณประสบความสำเร็จได้ไม่ยาก

 

Please follow and like us:

ขั้นตอนวิธีการสมัครงาน อย่างถูกต้อง

การสมัครงานที่เราต้องการจะเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในบริษัทมักจะมีขั้นตอนมากมายที่หลายๆคนก็เบื่อได้ในจุดนี้ เพราะต้องเตรียมเอกสารหลายอย่างและเชื่อว่าบางคนก็ไม่รู้ว่าจะต้องเริ่มต้นยังไง จะต้องทำอะไรก่อนหลัง วันนี้เราจะมาบอกวิธีและขั้นตอนการ สัมภาษณ์งาน เผื่อว่าใครจับต้นชนปลายไม่ถูกก็สามารถทำตามขั้นตอนนี้ได้ง่ายๆ ไม่ยุ่งยากอย่างที่คิดแน่นอนเราไปดูกันเลยดีกว่า

หลักและวิธีการสมัครงานก็จะมีอยู่ด้วยกัน 7 วิธีดังนี้

1.การเตรียมตัวก่อนการสมัครงาน
การเตรียมตัวในที่นี้รวมไปถึงการหาแหล่งงานที่เราสนใจอยากจะเข้าไปร่วมงานด้วย ไม่ใช่เตรียมตัวแค่ด้านความรู้ความอ่าน หรือด้านร่างกาย การแต่งตัว แต่รวมไปถึงการศึกษาข้อมูลของบริษัทนั้นๆ
2. การกรอกใบสมัคร
เมื่อเราเตรียมตัวพร้อมแล้วก็เริ่มการสมัครงานได้เลย โดยปกติแล้วบริษัทแต่ละที่จะมีเอกสารใบสมัครให้ผู้ที่สนใจ โดยในใบสมัครจะถามข้อมูลคราวๆ รวมถึงเหตุผลที่อยากจะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของบริษัทด้วย
3. การเขียนประวัติโดยย่อ (RESUME)
ส่วนนี้ถือเป็นอีกหนึ่งส่วนที่สำคัญมากๆ เพราะในตัวประวัติย่อ (RESUME) นั้นจะเป็นตัวที่บริษัทใช้ตัดสินใจในการเลือกบุคลเข้ามาร่วมงานเป็นส่วนหนึ่งของบริษัท ในตัวประวัติย่อ (RESUME) เราจะต้องบอกถึงทักษะต่างๆที่เรามี ความสนใจในงาน ผลงาน ประวัติของเราในแต่ละด้านเป็นต้น
4. การเขียนจดหมายสมัครงาน
การรับสมัครงานของแต่ละที่ก็มีวิธีที่แตกต่างกันออกไป มีหลายที่ที่รับสมัครผ่านทางเขียนจดหมาย โดยทั่วไปแล้วการเขียนจดหมายสมัครงานจะบอกถึงจุดประสงค์ในการสมัคร ตำแหน่งงานที่ต้องการ พบเจอประกาศรับสมัครงานจากไหน ส่วนรายละเอียดอื่นๆเกี่ยวกับตัวเราจะอยู่ในประวัติย่อ (RESUME)  ทั้งนี้การเขียนจดหมายสมัครงานก็มีรูปแบบของมันไปอีกซึ่งจะคล้ายๆกับการเขียนประวัติย่อ (RESUME) เราจึงจำเป็นที่จะต้องศึกษารูปแบบ แบบฟอร์มต่างๆที่จะต้องใช้ในการสมัครงาน
5. การสอบข้อเขียน หรือการทดสอบความสามารถ
บางงานอาจจะต้องมส่วนของการสอบข้อเขียน หรือทดสอบความสามารถ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับประเภทของงานด้วยเช่นกัน มักจะเป็นงานที่ต้องใช้เทคนิคเฉพาะ หรือความรู้ความสามารถเฉพาะ เช่นอาชีพคุณครู อาจารย์ ทนาย วิศวกร เป็นต้น
6. การสัมภาษณ์
การสัมภาษณ์บริษัทจะนัดผู้ที่ผ่านการคัดเลือกมาสัมภาษณ์ ส่วนมากมักจะสัมภาษณ์เพื่อดูทัศนคติในการทำงาน ไหวพริบ และบุคลิกภาพของเรา
7. การติดตามผล
ขั้นสุดท้ายของการสมัครงาน ขั้นตอนนี้เราแทบจะไม่ต้องทำอะไรเลย เพราะจะเป็นขั้นตอนของทางบริษัท เราเพียงแค่ติดตามผลเท่านั้น ซึ่งขั้นตอนของแต่ละบริษัทจะแตกต่างกันไปแต่สามารถใช้เป็นบรรทัดฐานในการเตรียมตัวต่อไป

 

Please follow and like us: