ประกาศสมัครงาน แบบไหนนะที่ดึงดูดใจคนหางาน

Job Hunting

ประกาศสมัครงาน  ในปัจจุบันนั้นไม่ได้มีเฉพาะที่เป็น Hard Copy แต่ยังปรากฏใน Digital Platform อย่างไรก็ตามรูปแบบของประกาศสมัครงาน   ก็ไม่สำคัญเท่าเนื้อหาที่ปรากฏในประกาศสมัครงาน  หากเนื้อหาไม่สามารถดึงดูดใจผู้หางานสนใจได้ ก็ยากที่จะดึงดูดคนสมัครงาน วันนี้เรามีคำแนะนำดี ๆ ในการสร้างประกาศสมัครงาน  ที่ดี มารวบรวมไว้ หวังว่าจะเป็นประโยชน์ทั้งกับฝ่ายนายจ้างที่ต้องการประกาศสมัครงาน และผู้หางานที่จะใช้พิจารณาว่าประกาศสมัครงาน  นี้ดีหรือไม่เพราะองค์การใดที่ใส่ใจเรื่องประกาศสมัครงาน  ก็มีแนวโน้มว่าองค์การนั้นเป็นองค์การที่น่าสนใจ ว่าแล้วมาดูเลยว่าประกาศสมัครงานที่ดีควรมีคุณสมบัติใดบ้าง

  1. แสดงถึงความชัดเจนของเนื้อหา ต้องมีการบรรยายหน้าที่ความรับผิดชอบที่ต้องทำตามจริง ระบุคุณสมบัติ ทักษะ และลักษณะของผู้สมัครงานที่ต้องการจริง ๆ เพื่อที่จะได้ผู้สมัครที่ตรงกับคุณสมบัติที่ต้อการจริงๆอย่าเขียนคุณสมบัติกว้างเกินไปเพราะบางครั้งคนมาสมัครงานแล้วถูกปฏิเสธมันเป็นการเสียเวลาทั้งสองฝ่าย อย่างไรก็ ต้องไม่ใส่ข้อกำหนดมากเกินไป เพราะอาจทำให้ผู้หางานไม่กล้าสมัครเนื่องจากเกรงว่าจะไม่ได้งานเพราะคุณสมบัติไม่ครบทุกข้อตามที่กำหนด
  2. ใช้คำโปรยให้โดดเด่น กรณีที่คุณต้องการผู้สมัครงานที่มีลักษณะเฉพาะ รายละเอียดงานจะต้องจับความสนใจผู้สมัครที่มีคุณสมบัติเฉพาะตัว การใช้ถ้อยคำที่สร้างสรรค์ เห็นแล้วสะดุดตากระตุ้นให้อยากสมัคร เช่น หากคุณรักการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ งานนี้อาจเป็นของคุณ  หรือ หากคุณพร้อมสำหรับความท้าทายเชิญร่วมมาเป็นส่วนหนึ่งในงานของเรา
  3. สะท้อนวัฒนธรรมองค์กร เพื่อเป็นการสร้าง Branding ให้องค์การ โดยการใส่รูปบริษัท ลิงก์เว็บไซต์บริษัท และลิงก์โซเชียลมีเดียของบริษัท นอกจากช่วยสร้างความน่าเชื่อถือแล้ว ยังช่วยให้ผู้หางานได้เห็นและสัมผัสถึงวัฒนธรรมองค์กร เพื่อสามารถตัดสินใจได้ว่าเขามีลักษณะที่เข้ากับองค์กรได้หรือไม่
  4. ระบุช่วงเงินเดือนให้ชัดเจน ข้อนี้มีความสำคัญต่อผู้หางาน ดังนั้น ไม่ควรเขียนเพียง “เงินเดือนตามความสามารถ” แต่ควรเขียนช่วงเงินเดือนที่บริษัทสามารถจ่ายได้ ให้ผู้หางานเห็นช่วงเงินเดือนที่บริษัทเสนอ เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกันก่อนตัดสินใจ
  5. ความเรียบง่ายยังคงเป็นจุดสำคัญที่ไม่ควรมองข้าง ควรที่จะบอกขั้นตอนการสมัครงานง่าย ๆ ว่าจะสมัครงานนั้นได้อย่างไร และเอกสารอะไรบ้างที่ต้องการ เช่น เรซูเม่ จดหมายสมัครงาน ตัวอย่างผลงาน พร้อมระบุชื่อผู้ติดต่อให้ชัดเจน
  6. นำเสนอประกาศสมัครงานในช่องทางที่มีประสิทธิภาพ ต้องเลือกลงประกาศงานกับเว็บไซต์หางานที่เป็นแหล่งรวมผู้สมัครงานคุณภาพ เพื่อลดจำนวนใบสมัครงานที่ไม่เกี่ยวข้อง ซึ่งช่วยลดขั้นตอนและเวลาในการคัดกรองผู้สมัครให้ได้คนที่ใช่ในเวลาอันสั้นที่สุด

แผนกงานต้อนรับส่วนหน้าในโรงแรม อีกหนึ่งงานบริการลูกค้าที่สำคัญ

Front Office

เวลาที่เราไปพักผ่อนที่โรงแรมสิ่งที่เราคาดหวังก็คือการบริการที่ดีเยี่ยมตั้งแต่ความรู้สึกแรกที่ไปถึงโรงแรม ซึ่งฝ่ายงานที่ทำหน้าที่ในการต้อนรับก็คือ แผนกงานต้อนรับส่วนหน้าในโรงแรมหรือ Front Office นั่นเอง ส่วนงานนี้เรียกได้ว่าสำคัญที่สุดแผนกหนึ่งในโรงแรม มีหน้าที่เป็นตัวแทนของโรงแรมในการบริการแขก ในขณะเดียวกันก็ต้องจัดการทุกอย่างให้เป็นขั้นเป็นตอนเพื่ออำนวยความสะดวกและสร้างความประทับใจให้กับผู้ลูกค้าของโรงแรม

สำหรับคนหางานที่รักงานบริการ และมองหางาน บริการลูกค้า  เราอยากแนะนำให้รู้จักกับงาน  ต้อนรับส่วนหน้าในโรงแรมหรือ Front Office ส่วนงานนี้มีโครงสร้างงานต่างกันไปตามขนาดและความซับซ้อนในการบริหารของแต่ละโรงแรม แต่โดยทั่วไปแผนกงานต้อนรับส่วนหน้าในโรงแรม (Front Office) จะประกอบไปด้วย

  1. ผู้จัดการแผนกต้อนรับส่วนหน้า (Front Office Manager)  หรือ FO เป็นผู้จัดการที่คอยสั่งการและประสานงานให้กิจกรรมของงานส่วนหน้าทั้งหมดออกมามีคุณภาพตามมาตรฐานที่กำหนดไว้ ซึ่ง FO จะเป็นคนกลางคอยรับคำสั่งจากผู้บริหารระดับสูงและนำมากระจายงานให้กับพนักงานทั่วไปอีกที ซึ่งความรับผิดชอบของ FO คือ รับสมัครพนักงาน ฝึกสอน ตรวจสอบ และ ควบคุม สมาชิกทุกคนในทีมงานบริการส่วนหน้าของโรงแรม รวมไปถึงการตั้งเป้าหมาย กำหนดค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติงาน และประเมินคุณภาพการทำงานของสมาชิกในทีม
  2. พนักงานยกกระเป๋า(Bell Boy) มีหน้าที่ช่วยยกกระเป๋าให้กับแขกตั้งแต่แขกมาถึงโรงแรมจนกระทั่งเข้าห้องพัก
  3. พนักงานเก็บเงิน (Cashier) แคชเชียร์มีหน้าที่เก็บเงินและเคลียบิลของแขกที่มาใช้บริการ ลงรายการค่าใช้จ่ายต่างๆเข้าไปในFolioของแขกระหว่างที่แขกเข้าพัก เตรียมเอกสารในการเก็บเงินต่างๆก่อนแขกเช็คเอาท์
  4. พนักงานต้อนรับ(Receptionist) มีหน้าที่คอยต้อนรับแขกของโรงแรม ทำเช็คอินและเช็คเอาท์ให้แขก ให้ข้อมูล จำหน่ายห้อง และ กุญแจให้แก่แขกที่เช็คอิน
  5. พนักงานสำรองห้องพัก (Reservation Agent) มีหน้าที่ยืนยันการจองเมื่อแขกจองห้องพักเข้ามาจากช่องทางต่างๆ ขายบริการต่างๆเพิ่มเติมเมื่อเหมาะสม จัดทำรายการแขกเข้าแขกออก และรายงานที่เกี่ยวข้องอื่นๆให้แก่ผู้บังคับบัญชา
  6. พนักงานรับโทรศัพท์ (Telephone Operator) คอยรับสายและจัดการสายต่างๆ ทั้งเข้าและออก รวมทั้งควบคุมระบบโทรศัพท์ในกรณีที่ต้องโทรปลุกแขก ตอบคำถามต่างๆเกี่ยวกับโรงแรมทางโทรศัพท์
  7.  พนักงานเปิดประตู (Door Attendant) ทำหน้าที่เปิดประตูรถ ประตูโรงแรมเมื่อแขกมาถึง คอยช่วยเหลือและบริการแขกที่หน้าประตูโรงแรม
  8.  ผู้ตรวจสอบกลางคืน (Night Audit) เป็นผู้ที่ทำงานในเวลากลางคืน คอยตรวจสอบรายการต่างๆที่เกิดขึ้นระหว่างวันให้มีความถูกต้อง พร้อมทั้งจัดเตรียมรายงานต่างๆ รวมไปถึงการบริการแขกระหว่างคืน

หากใครที่หางาน บริการลูกค้า อยู่และชอบงานโรงแรมนี่เป็นอีกหนึ่งทางเลือกในการประกอบอาชีพ สำหรับคุณสมบัติของผู้ที่จะหางาน บริการลูกค้า ในส่วนของฝ่ายงานต้อนรับส่วนหน้าในโรงแรมหรือ Front Office ต้องมีความสามารถในการสื่อสารภาษาอังกฤษ และจะดีมากหากสื่อสารภาษาที่สามได้ เช่น ภาษาจีน หรือ ภาษาญี่ปุ่น แน่นอนต้องมีใจรักในการบริการมีความอดทน สามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี เพราะบางครั้งต้องรับมือกับความต้องการไม่สิ้นสุดของลูกค้า


วิธีสร้างความมั่นใจในการสมัครงาน

การสร้างโอกาสให้เรามีความมั่นใจในทุกครั้งที่เราทำการสมัครงานเป็นอีกหนึ่งความสำคัญที่จะสามารถทำให้เราได้รับเลือกเข้าทำงานในตำแหน่งที่เราต้องการซึ่งเป็นอีกหนึ่งข้อที่ทางฝ่ายบุคคลมักจะสังเกตและวิเคราะห์บุคลิกภาพของผู้สมัครเพื่อนำข้อมูลประกอบการตัดสินใจ โดยไม่ได้ดูข้อมูลเฉพาะเกรดหรือผลการเรียนเพียงอย่างเดียวดังนั้นเราควรสร้างความมั่นใจทุกครั้งก่อนก้าวเข้าไปในสนามของตลาดแรงงาน

จากประสบการณ์ของผู้ที่ได้เคยผ่านการคัดเลือกในการสมัครงานได้มีการเปิดเผยเทคนิคและวิธีสร้างความมั่นใจในระหว่างที่เราอยู่ในระหว่างการยื่นใบสมัครเพื่อเข้าสู่การคัดเลือกในตำแหน่งงานที่เราต้องการนอกจากการกรอกข้อมูลส่วนตัวและประวัติพื้นฐานสำคัญของพนักงานเช่น เป็นวันเดือนปีเกิด ที่อยู่ ผู้ติดต่อที่สามารถติดต่อได้ในกรณีเกิดเหตุการณ์สำคัญ รวมถึงประวัติการทำงานและความสามารถเฉพาะตัวของผู้สมัคร

โดยในบางบริษัทมีการให้ทำข้อสอบไอคิวหรือข้อสอบจิตวิทยาเพื่อดูแนวทางความคิดของผู้สมัครหลังจากนั้นจะเป็นช่วงเวลาที่จะต้องอยู่ในห้องสัมภาษณ์แต่มีบรรยากาศที่กดดันถึงแม้ในห้องสัมภาษณ์งานจะมีเพียงแค่ผู้สมัครและตัวสัมภาษณ์ สำหรับทางบริษัทมีการให้ผู้จัดการสัมภาษณ์ถึง 3 คนเพื่อดูภาวะทางอารมณ์ของผู้สมัครโดย 1 ใน 3 จะมีการยิงคำถามที่มีความกดดันออกมาเสมอเพราะฉะนั้นเราจะต้องทำการเตรียมตัวให้พร้อมมีสติในการตอบคำถาม รวมทั้งคิดตอบคำถามให้รวดเร็วเพราะไหวพริบปฏิภาณมีส่วนที่ทางฝ่ายบุคคลนำมาพิจารณา

สำหรับวิธีสร้างความมั่นใจในการ สมัครงาน ก็คือเราควรศึกษาข้อมูลพื้นฐานของบริษัทตำแหน่งที่เราสมัครงานเพราะคำถามที่จะถูกใช้ในการสัมภาษณ์จะมีความเกี่ยวข้องกับตำแหน่งนี้เสมอรวมทั้งการคาดเดาคำถามที่คาดว่าจะถูกสอบถามในระหว่างที่มีการซักถามและทำให้เราลดความตื่นเต้นเมื่ออยู่ในสถานการณ์จริงพร้อมกับการซ้อมตอบคำถามผ่านทางด้านกระจกเพื่อที่เราจะได้เห็นบุคลิกภาพและการตอบตัวเรา ซึ่งวิธีนี้เป็นเครื่องสะท้อนให้เห็นภาพองค์ประกอบโดยรวมของเราในระหว่างที่มีการตอบคำถามได้เป็นอย่างดี หากเราฝึกบ่อยจะทำให้เรามีความมั่นใจ หากต้องการทำงานในตำแหน่งที่คุณตั้งใจเป็นต้องให้ความใส่ใจและฝึกฝน

 

การสร้างความมั่นใจในการเตรียมตัวสมัครงานและระหว่างการสัมภาษณ์มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งต่อการแสดงออกถึงความมั่นใจกับความมุ่งมั่นในการเข้ารับการเลือกในตำแหน่งนี้จะทำให้คุณได้คะแนนในความตั้งใจและมีโอกาสผ่านการสัมภาษณ์ครั้งนี้พร้อมต้อนรับคุณเป็นพนักงานใหม่ของบริษัท การเตรียมตัวเป็นกุญแจแห่งความสำเร็จที่คุณเองสามารถวางแผนได้ด้วยตนเอง

 


เลือกหางานแบบไหนไม่โดนโกง

ในระหว่างที่เรากำลังหางานอยู่นั้นเชื่อได้ว่าสำหรับใครที่เป็นน้องใหม่หรือผู้ที่กำลังเข้าสู่ตลาดแรงงานบ่อยครั้งมักจะมีประสบการณ์ไม่ดีจากบริษัทที่ไม่มีคุณภาพในการประกาศรับสมัครงานส่งผลทำให้เราเสียเวลาและมีโอกาสเสียเงินในการเดินทางไปสัมภาษณ์งานสำหรับปัญหาในส่วนนี้ยังคงมีอยู่ในปัจจุบัน วันนี้เราจึงมีวิธีรับมือเบื้องต้นเพื่อให้เราหางานทำได้แบบไม่โดนโกง

ในปัจจุบันมีแหล่งให้เราเข้าไปตรวจสอบและหางานอยู่เป็นจำนวนมาก หลายทั้งที่เราใส่ข้อมูลในการสมัครงานเข้าไปปรากฏว่ามีบริษัทติดต่อกลับมาและมักเป็นบริษัทเกี่ยวกับการประกันภัยหรือการขายที่มีเงินเดือนสูงมากผิดปกติหากมีลักษณะแบบนี้แนะนำให้ไม่ควรติดต่อกลับไปเพราะเคยมีกรณีที่มีคนตัดสินใจติดต่อกลับไปปรากฏว่าเมื่อไปถึงยังสถานที่รับสมัครงานทางเจ้าหน้าที่จะมีการพูดคุยและโน้มน้าวให้เราสมัครสมาชิกการขายโดยเสียค่าสมัคร 300 บาท

คนหางาน หากเป็นในลักษณะนี้ให้ควรรีบกลับทันทีหรือไม่ควรติดต่อกลับไปอีกเลยเพราะถ้าเราหลวมตัวไปเราจะเจอเจ้าหน้าที่ของบริษัทไม่ต่ำกว่า 3 คนรุมล้อมเข้ามาพูดโน้มน้าวให้เราสมัครสมาชิกและร่วมทำธุรกิจซึ่งกรณีนี้ไม่ต่างอะไรกับ ธุรกิจขายตรงถ้าเราสามารถหาคนมาสมัครต่อเราได้ 10 คนก็เท่ากับว่าวันนั้นเราจะได้เงินค่าสมัคร   3000 บาททันที ซึ่งเป็นวิธีที่ไม่ถูกต้องเป็นการหลอกลวงเพราะคนที่เดินทางมาสมัครงานบางครั้งเขาอาจจะกำลังลำบากหรือมีเงินติดตัวอยู่ไม่มากนัก

การชักจูงแกมบีบบังคับให้รู้สึกเกรงใจ อยากลุกออกจากที่นั่นจนยอมเสียเงินในส่วนนี้ไม่ดีแน่นอนและอีก 1 กรณีสำหรับบริษัทที่มัก หลอกลวงนั่นก็คือบริษัทแนวขายประกันซึ่งบริษัทในส่วนนี้มักโน้มน้าวให้เราสมัครสมาชิกและเข้าอบรมประการซึ่งในความเป็นจริงแล้วทางบริษัทประกันภัย มีเจ้าหน้าที่และทีมงานมืออาชีพรวมทั้งตัวแทนขายประกันภัยอยู่ในทุกจุดของประเทศไทย  ซึ่งความเป็นไปได้ใครจะสมัครเป็นตัวแทนกับทางบริษัทประกันภัยก็ได้ไม่จำเป็นต้องผ่านนายหน้าหรือบริษัทหลอกลวงให้เราไปนั่งฟังเกี่ยวกับธุรกิจประกันภัยเพราะฉะนั้นงานลักษณะนี้เป็นไปได้ไม่ควรติดต่อกลับ

การเลือกหางานแบบไม่โดนโกงสิ่งแรกที่เราต้องคิดถึงเสมอก็คือการพิจารณาบริษัทว่ามีตัวตนจริงหรือไม่ มีความมั่นคงเพียงใดและเป็นบริษัทที่ถูกต้องตามกฎหมายโดยข้อมูลเบื้องต้นเราสามารถเช็คผ่านอินเตอร์เน็ตเพราะบริษัทที่มีการประวัติการโกงมักจะมีผู้ร้องเรียนและโพสต์เตือนภัยเพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของบริษัทเหล่านี้เพราะฉะนั้นก่อนทำการหางานแบบไม่โดนโกงเราต้องเช็คให้ดีและหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ตเพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจก่อนทำการสมัครงานต่อไป

 


ควรหางานช่วงเดือนไหนจะมีโอกาสได้งานมากที่สุด

เชื่อว่าหลายท่านเคยประสบปัญหาในระหว่างการยื่นใบสมัครงานไปตามบริษัทต่างๆแต่เงียบหายไม่ได้รับการตอบกลับการสมัครงานก็เปรียบเหมือนการขายที่มีกำไรขึ้นลงมีช่วงเวลาของความต้องการ เช่นเดียวกับตลาดแรงงานเพราะฉะนั้นก่อนที่เราจะทำการเปลี่ยนงานโดยลาออกจากงานเพื่อหางานใหม่ รบกวนดูช่วงเวลาให้ดีเพื่อให้รู้เท่าทันตลาดแรงงานว่ากำลังบูมในช่วงเวลาไหนเพื่อให้การตัดสินใจไม่พลาดและเป็นการดีที่คุณจะเริ่มงานได้ทันทีหลังจากลาออกจากที่เดิม

เหตุผลของการลาออกจากงานส่วนใหญ่มักจะลาออกเพื่อ หางาน ในบริษัทใหม่และรับเงินเดือนเพิ่มขึ้น เพราะหากอยู่ต่อไปโอกาสในการปรับเงินเดือนเป็นไปได้ช้า ซึ่งวิธีที่เร็วที่สุดในการปรับฐานเงินเดือนก็คือการลาออกจากงานและสมัครที่ใหม่แต่ใช้ประสบการณ์ทำงานที่ผ่านมาต่อรองเงินเดือนใหม่ ซึ่งส่วนใหญ่ร้อยละ 90 เปอร์เซ็นต์ประสบความสำเร็จจากการลาออกและสมัครในบริษัทใหม่โดยได้เงินเดือนตามที่เรียกไว้ นอกจากนี้เหตุผลของการลาออกจากงานอาจเป็นเพราะปัญหาส่วนตัวเรื่องการเดินทางเพราะฉะนั้นหากเราต้องการงานควรจะดูช่วงระยะเวลาของตลาดที่เปิดรับพนักงานด้วยเช่นเดียวกัน

โดยข้อมูลในส่วนนี้นักศึกษาที่จบใหม่สามารถอ่านเพื่อประกอบการตัดสินใจได้เช่นเดียวกัน โดยช่วงเวลาที่มีการเปิดรับพนักงานและโอกาสที่เราจะได้รับคัดเลือกในการทำงานมีสูงนั่นก็คือช่วงเดือนกรกฎาคมถึงเดือนกันยายนเพราะเป็นช่วงที่คนส่วนใหญ่สับเปลี่ยนงานโดยมักจะหาทำงานช่วงหลังได้โบนัสกันก่อนจึงจะทำการลาออก ส่วนใหญ่โบนัสของแต่ละบริษัทจะอยู่ช่วงเดือนไม่เหมือนกันเช่นสิ้นเดือนธันวาคมหรือช่วงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ตรงกับเทศกาลตรุษจีน

แต่ส่วนใหญ่มักจะทำงานจนได้รับโบนัสจึงลาออกทำให้ตำแหน่งว่างว่างลงจำนวนมากในช่วงหลังได้รับโบนัสจึงเป็นช่วงที่เหมาะสมที่เราจะทำการสมัครงานหรือหางานใหม่เพราะมีตำแหน่งงานรองรับจากตำแหน่งว่างงานในแต่ละที่และบางช่วงมีนักศึกษาจบใหม่ถึงแม้ช่วงหลังเดือนเมษายนเป็นต้นไปจะเป็นช่วงที่มีนักศึกษาจบใหม่จำนวนมากเข้าสู่ตลาดแรงงานและผู้ที่ทำการเปลี่ยนงานในช่วงนี้ยังคงได้เปรียบอยู่เพราะประสบการณ์ทำงานอย่างยาวนานและมีความพร้อมในการเริ่มต้นการทำงาน ในส่วนนี้จะได้รับการพิจารณามาเป็นอันดับต้นๆหากสมัครงานในบริษัทนั้นไปแน่นอนว่าส่วนใหญ่บริษัทต้องการคนที่มีประสบการณ์มากกว่าเด็กจบใหม่ ยกเว้นเด็กจบใหม่มีความสามารถเฉพาะทางจนเป็นที่ถูกใจของฝ่ายบุคคล

การหางานใหม่สามารถปรับเงินเดือนให้กับพนักงานได้ หากทำอยู่ที่เดิมโอกาสที่เงินเดือนจะสูงขึ้นเป็นไปได้ช้าวิธีที่เร็วที่สุดก็คือการลาออกจากที่ทำงานและสมัครงานที่ใหม่โดยใช้ประสบการณ์ทำงานเป็นเครื่องต่อรองเงินเดือนใหม่