ถ้าบริษัทไม่มีงานขายจะเกิดผลกระทบอย่างไร

 

พนักงานขายนั้นเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมากที่สุดเลยของบริษัทเพราะว่างานขายนั้นเป็นหน้าเป็นตาของบริษัทเลยก็ว่าได้ งานขายที่ดีนั้นเราต้องมีการบริการที่ดี พนักงานขายทุกคนจะต้องศึกษาข้อมูลมาก่อนว่าร้านนี้ซื้อสินค้าของเราอะไรบ้างหากเรามีสินค้าตัวใหม่ก็เสนอขายอย่างไรให้ทางผู้ซื้อนั้นเชื่อใจที่จะซื้อสินค้าของเรา งานขายนั้นเป็นเรื่องที่ใครหลายๆคนไม่ควรมองข้ามเพราะว่างานขายนั้นสามารถทำรายได้ให้กับตัวเองได้เยอะเลย แต่อาศัยว่าเราต้องทำยอดขายในทุกๆเดือนนั้นทะลุเป้าหมายไม่ว่าจะขายของที่ไหนก็ตามเราก็ต้องเสนอขายสินค้าให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้

งานขายเป็นเรื่องที่ต้องพยายาม

งานขายนั้นอย่างที่บอกว่างานขายนั้นเป็นเรื่องที่ไม่ยากและก็ไม่ง่าย งานขายนั้นเป็นสิ่งที่หลายๆบริษัทจะฝากความหวังไว้กับพนักงานขายทุกคนเพื่อที่ว่าจะต้องขายให้ได้ยอดตามเป้าหมายมากที่สุด งานขายหลายๆคนคงจะคิดว่าง่ายมากแต่ในเรื่องของงานขายนั้นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งเลยคือเราต้องรู้จักการบริการลูกค้าก่อน การเข้าถึงลูกค้ายังไงให้เป็นที่ยอมรับ แน่นอนว่าลูกค้าเป็นเรื่องที่ทุกคนให้ความสำคัญอย่างมากเพราะเงินเดือนที่เราได้นั้นก็มาจากลูกค้านั่นเอง สิ่งสำคัญอย่างยิ่งเลยคือลูกค้าเป็นคนสำคัญ การบริการก็เป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมากด้วย งานขายนั้นมีหลากหลายอย่างมากมายในปัจจุบันนี้ไม่ว่าจะขายอะไรก็ตามสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งเลยคือเราต้องรู้จักการให้บริการที่ดี มีความยิ้มแย้มแจ่มใสกับลูกค้า การตรงต่อเวลา การพูดคุย บุคลิกหน้าตา ท่าทาง ทุกๆอย่างล้วนแต่เป็นองค์ประกอบหลักอย่างหนึ่งเลยในการบริการด้านงานขาย งานขายนั้นเป็นเรื่องที่เราควรที่จะรับรู้ก่อนว่าเราจะขายของให้ถึงยอดนั้นเราจะต้องทำอย่างไรเพื่อให้เป้าหมายทะลุยอดได้ ทุกๆอย่างเราต้องมีการนึกคิดก่อนใช้ใจในการขายของลูกค้าแล้วเราก็จะได้ใจกลับมา ในงานขายนั้นทุกๆสิ่งทุกๆอย่างเป็นเรื่องที่สำคัญที่เราไม่ควรมองข้ามเลย เพราะหากเรามองข้ามก็จะทำให้งานของเรานั้นมียอดขายที่ตกได้ การที่เราไม่ใส่ใจหรือการบริการไม่ดีแบบนี้ถือเป็นเรื่องที่ไม่ควรอย่างยิ่งและส่งผลกระทบโดยตรงต้องผู้ที่ทำงานขายด้วย

งานขายจึงเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมากที่สุดเลยที่ไม่ควรมองข้ามเราจึงหมั่นบริการลูกค้าให้ดีเพื่อเป็นประโยชน์แก่ตัวเราเองมากที่สุด งานขายในบริษัทถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างมากขายได้ก็มีกำไรขายไม่ได้ก็ขาดทุนเป็นต้น

 


งานขายเป็นอาชีพที่มีรายได้ดี

 

ปัจจุบันงานขายเป็นที่ต้องการของทุกบริษัทเพราะบริษัทต้องการให้มียอดขายสูงตามเป้าหมายและหลายๆบริษัทก็มักต้องการเซลล์ในการขายสินค้าให้กับทางบริษัทแต่การจะขายสินค้าหรือขายอะไรก็แล้วแต่เมื่อเป็นในหน้าที่งานแล้วละก็เราก็ต้องทำให้สุดความสามารถเพื่อให้เกิดยอดขายที่ดีเพิ่มขึ้นด้วย งานขายถือว่าเป็นอาชีพที่มีรายได้ดีมากสุดเลยก็ว่าได้เพราะทุกๆอย่างมีการซื้อขายอยู่แล้ว หากเราเป็นบริษัทกลางในการซื้อขายสินค้าก็ไม่แปลกเลยที่จะทำให้งานขายของเรานั้นประสบความสำเร็จดั่งใจหวังได้

งานขายในปัจจุบันนี้มีหลากหลายแบบด้วยกันไม่ว่าจะเป็นการขายเหล็ก ขายเสื้อผ้า ขายรองเท้า ทุกๆอย่างล้วนแต่เป็นเรื่องที่เราไม่ควรที่จะมองข้ามเลยเพราะการที่อยากจะให้งานขายของเรานั้นประสบความสำเร็จเราต้องรู้จักยิ้มแย้มการขายของนั้นหากเราเป็นผู้ขายมีความยิ้มแย้มและให้ข้อมูลลูกค้าได้ชัดเจนนั้นก็เป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมากที่สุดเลยที่จะทำให้หน้าที่การงานของเราประสบความสำเร็จก็เป็นได้ งานขายเป็นเรื่องหลักเลยที่จะทำให้บริษัทนั้นมียอดขายที่เพิ่มสูงมากขึ้น ไม่มีบริษัทไหนหรอกที่อยากให้บริษัทของตนเองยอดขายน้อยและขาดทุนในที่สุด ดังนั้นการขายสินค้าชนิดนั้นเราต้องมีความเป็นผู้นำ รู้จักคิด รู้จักแก้ปัญหา ไม่ใช้อารมณ์ในการตัดสินใจ เราต้องเป็นคนที่ใจเย็นและมีสติอยู่ตลอดเวลา

งานขายมีอะไรบ้าง

งานขายนั้นอย่างที่รู้ๆกันอยู่ว่างานขายนั้นมีมากมายเลยไม่ว่าจะเป็นงานขายกระเป๋า ขายรองเท้า รับขายของจากนอกมาประเทศ ขายสรรพสิ่งทุกอย่าง หรือจะเป็นขายบ้าน ขายรถ ขายอสังหาริมทรัพย์ทุกๆอย่างนั้นเป็นเรื่องที่ขาดไม่ได้เลยที่เราควรจะต้องมีความสามารถในการขายเพื่อให้งานนั้นๆประสบความสำเร็จในยอดขาย งานขายนั้นเป็นเรื่องที่ทุกคนให้ความสำคัญอย่างมากเลยไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของยอดซื้อของ บางครั้งการขายสินค้าที่มียอดทะลุเป้าตามกำหนดก็เป็นการตัดสินใจให้เราได้ผ่านโปรหรือก้าวเข้าสู่ขั้นสูงต่อไปในการทำงานก็เป็นได้

งานขายนั้นเป็นเรื่องที่ไม่ยากและก็ไม่ง่ายเราทุกคนควรต้องหมั่นขยันและควรที่จะรู้ว่าการเป็นนักขายที่ดีนั้นต้องทำอย่างไรบ้างเพื่อให้งานขายของเราเป็นที่ประสบความสำเร็จ งานขายนั้นไม่ได้เป็นเรื่องที่ยากจนเกินไปเราจึงต้องหมั่นหาลูกค้าใหม่ๆอยู่เสมอเพื่อสร้างรายได้ให้กับทางบริษัทยิ่งขึ้นไปอีกด้วย


หาคนทำงานที่ใช่ ด้วยการลงประกาศรับสมัครงานผ่านสื่อออนไลน์

Job Search

หากเป็นเมื่อก่อนอยากรู้ข่าวสารอะไร สิ่งที่บอกเราได้คือหนังสือพิมพ์ และ สื่อโทรทัศน์ แต่ในปัจจุบันสื่อออนไลน์  เข้ามายึดพื้นที่ในการให้ข้อมูลข่าวสารและยังทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนข่าวสารอีกด้วย ไม่พ้นแม้แต่เรื่องใกล้ตัวของคนหางาน อย่าง การลงประกาศรับสมัครงาน

เมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมการรับข่าวสาร  องค์การที่ต้องการคนทำงานก็ต้องปรับตัวในการเข้าถึงช่องทางต่างๆที่จะส่งสารไปยังคนหางาน  การสรรหาพนักงานเข้ามาร่วมงานกับองค์การนั้นจึงจะใช้เพียงวิธีการประกาศรับสมัครงานในรูปแบบสื่อออฟไลน์อย่างเดียวไม่ได้แล้ว

สื่อออนไลน์(Online Media) ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์(website) เฟสบุ๊ค (Facebook) ไลน์ (Line) อินสตาแกรม (Instagram)  ทวิตเตอร์ (Twitter) ได้เข้ามามีบทบาทในการดำเนินชีวิตของพวกเราทุกคนเป็นอย่างมาก และสื่อที่ใช้ผ่านสมาร์ทโฟนมักมีอิทธิพลมาก เพราะ สมาร์ทโฟนคือปัจจัยที่หกอย่างแท้จริงในการดำเนินชีวิต

หน้าที่สำคัญจึงมาตกที่ HR ที่จะต้องแสวงหาความรู้ในการบริหารจัดการเพื่อใช้การสรรหาผ่านช่องทางสื่อออนไลน์  เพื่อให้การสรรหาพนักงานมีประสิทธิภาพและประสบความสำเร็จ ซึ่งหมายถึงการได้ผู้สมัครงานที่ตรงตามความต้องการ  ในเวลาที่กำหนด รวมไปถึงบริหารจัดการงบประมาณในการสรรหาได้อย่างมีเหตุผล  สำหรับการลงประกาศรับสมัครงานผ่านสื่อออนไลน์นั้น ฝ่าย HR ต้องพิจารณาในประเด็นต่อไปนี้

  1. กำหนดคุณสมบัติให้มีความชัดเจนและละเอียดเพื่อให้เตรียมการจัดทำสื่อออนไลน์  ในการลงประกาศรับสมัครงาน ควรมีรายละเอียดดังนี้   ระบุชื่องานและลักษณะงานให้ชัดเจน รวมถึงระบุลักษณะ คุณสมบัติของบุคคลนั้นๆ ที่องค์การต้องการ  ต้องการพนักงานที่มีประสบการณ์มาก่อนหรือไม่หรือต้องการ ความสามารถ ความชำนาญ อะไรเป็นพิเศษ ต้องมีบุคลิกลักษณะอย่างไร
  2. นำเสนอสร้างภาพลักษณ์ของกับองค์กรในประกาศรับสมัครงาน ในสื่อที่ออกไปต้องสะท้อนให้เห็นชื่อเสียง ลักษณะขององค์กร Vision Mission ของผู้บริหาร นโยบายต่างๆ และอีกหลายๆ ที่จะทำให้พนักงานที่จะสมัครงานทราบและเข้าใจ ถ้าอยากให้เพิ่มความสะดวกและรวดเร็วควรจัดทำในรูปแบบมัลติมีเดียทั้งภาพและเสียงที่เข้าใจได้ง่าย จะทำให้สะดวกต่อการสื่อสารและความเข้าใจได้รวดเร็วขึ้น
  3.  การเลือกสื่อออนไลน์ในการประกาศรับสมัครงาน  ช่องทางการสรรหาพนักงานทางสื่อออนไลน์ อันดับที่ 1 ยังคงเป็น Internet Job boards เป็นเว็บไซต์ในการหางาน สมัครงาน ที่เป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดีและได้รับความน่าเชื่อถือ  อันดับที่ 2 Social Professional Networks ซึ่งได้แก่ Social Media ในแต่ละประเทศที่ได้รับความนิยม เช่น Facebook อย่างเป็นทางการขององค์การ เว็บไซต์ขององค์กร   ทั้งนี้ต้องทำให้เกิดการเข้าถึงช่องทางบนมือถือ (Mobile Compatibility)  โดยมีช่องทางประชาสัมพันธ์ในการรับประกาศพนักงาน ที่รองรับการใช้งานบนมือถือ หรือผ่านทาง Mobile Application ที่ใช้ได้ทั้ง iOS และ Android
  4. สร้างความน่าสนใจให้มีการ Like, Share, Follow ประกาศรับสมัครงาน เพื่อให้ถึงตัวบุคคล ที่เราต้องการให้มาร่วมงาน  เช่น การจัดกิจกรรมในการหาคนทำงานที่เป็น Talent โดยมีโครงการให้ประกวดความสามารถเพื่อทำการคัดเลือกคนทำงานพร้อมให้รางวัลผู้ที่ได้รับคัดเลือก
  5. บริหารค่าใช้จ่ายและเวลาอย่างเหมาะสม สื่อออนไลน์หลายอย่างเปิดให้ใช้ฟรีและมีประสิทธิภาพแต่หากต้องการผลลัพธ์ที่ดีกว่าอาจมีค่าใช้จ่ายต้องพิจารณาเลือกสื่อที่สามารถสื่อสารได้ตรงเป้าหมายและคุ้มค่าต่อเงินที่เสียไป

บทบาทของ HR ยุคใหม่ ที่มากกว่า หาพนักงาน ทำเงินเดือน และดูแลสวัสดิการ

HR

หากคุณมองภาพการทำงานของ HR เป็นเพียงฝ่ายงานสนับสนุน ที่ทำงานเอกสาร หาพนักงาน ทำเงินเดือน ดูแลสวัสดิการ จัดอบรม เหมือนอดีตก็อาจต้องมาปรับมุมมองกันใหม่ เพราะคน HR ในยุคนี้มีหน้าที่ในการสร้างประสบการณ์ที่ดีให้คนทำงาน  ดูแลพนักงานมากกว่าการให้เงินเดือน และสวัสดิการ ด้วยการสร้างปฏิสัมพันธ์กับพนักงาน คนทำงาน HR จึงต้องปรับตัวให้เข้ากับการทำงานในยุคดิจิทัล  เรามาดูกันว่าขอบข่ายงานและทักษะของคน HR ที่ต้องมีในยุคที่โลกกำลังอยู่ในสถาการณ์ที่เป็น Disruptive World นั้นต้องเป็นคน HR ในแบบไหน

  1. คน HR ต้องมีความรู้เรื่องโซเชียลมีเดีย ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Line, IG, Twitter  ต้องสามารถใช้ประโยชน์จากสื่อเหล่านี้ เพื่อการ หาพนักงาน การตรวจสอบประวัติผู้เข้าสมัครงาน ใช้เพื่อการสื่อสารกับพนักงานสำหรับแจ้งข่าวสารต่างๆได้ รวมถึงใช้เป็นช่องทางในการสื่อสารกิจกรรมต่างๆให้พนักงานรับรู้
  2. HR ยุคนี้ต้องไม่ตกเทรนด์ ต้องก้าวตามให้ทันยุคสมัย โดยใช้เครื่องมือที่ชาญฉลาดมากขึ้น ใช้เทคโนโลยีเพื่อสนับสนุนงาน HR เช่น ในการหาพนักงาน การสัมภาษณ์งาน การจัดหลักสูตรในการพัฒนาพนักงาน
  3. คน HR ต้องสามารถประยุกต์ใช้หลักการตลาดอย่างชาญฉลาด ทักษะการตลาดกำลังเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับ HR ยุคใหม่ไปแล้ว เพราะคนรุ่นใหม่มีการเลือกงานกันมากขึ้น และมีปัจจัยหลายอย่างในการพิจารณางาน ไม่ว่าจะเป็น สวัสดิการ,สถานที่ตั้งสำนักงาน, สภาพแวดล้อม เป็นต้น ทักษะการตลาดจะช่วยให้ HR สามารถนำเสนอข้อมูลต่างๆเหล่ามาใช้ เพื่อดึงดูดใจกลุ่ม Talent สนใจร่วมงานกับองค์การมากขึ้น
  4. HR ต้องไม่ตกหล่นความรอบรู้ด้าน IT เทคโนโลยีสารสนเทศใหม่ๆจะช่วยให้งาน HR สะดวกและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็น โปรแกรมเงินเดือนที่ การใช้โปรแกรมเพื่อการวิเคราะห์ข้อมูล  การฝากข้อมูลด้วยระบบ Cloud Computing สิ่งเหล่านี้เพิ่มคุณค่าให้งาน HR ได้มากทีเดียว
  5. HR ต้องคิดวิเคราะห์และตัดสินใจได้อย่างเฉียบแหลม การดูแลพนักงานและมองหาผู้เหมาะสมในการเข้ามาทำงานใหม่ ต้องมีการตัดสินใจที่เด็ดขาดเฉียบคม ซึ่งต้องมาจากทักษะการวิเคราะห์และตัดสินใจที่ดี อีกทั้งต้องวิเคราะห์แนวโน้มที่อาจเกิดขึ้นกับองค์การ เช่น ความจำเป็นในการหาพนักงานเพิ่ม หรือ การลดพนักงาน การวิเคราะห์ความต้องการในการเรียนรู้ของพนักงานเพื่อนำไปสู่การพัฒนาพนักงาน เป็นต้น

หากคุณคือ HR รุ่นใหม่ต้องหมั่นสำรวจตัวเอง และแสวงหาโอกาสเรียนรู้เพื่อเติมเต็มเพื่อเพิ่มทักษะที่กล่าวมานี้ หากทำได้การก้าวสู่ความเป็นมืออาชีพ และเป็น HR ในยุค 4.0 ที่พร้อมต่อการสนับสนุนการขับเคลื่อนองค์การไม่ใช่เรื่องยากเลย  จงรับรู้ไว้ว่าวันนี้ HR เป็นได้มากกว่าคนหลังบ้านที่คอยทำงานสนับสนุนองค์การ แต่คุณสามารถสร้าง Value ให้กับองค์การด้วยการพัฒนาส่วนงานของตนเองและทำหน้าที่ในการพัฒนาทุนมนุษย์ให้กับองค์การ


ประกาศสมัครงาน แบบไหนนะที่ดึงดูดใจคนหางาน

Job Hunting

ประกาศสมัครงาน  ในปัจจุบันนั้นไม่ได้มีเฉพาะที่เป็น Hard Copy แต่ยังปรากฏใน Digital Platform อย่างไรก็ตามรูปแบบของประกาศสมัครงาน   ก็ไม่สำคัญเท่าเนื้อหาที่ปรากฏในประกาศสมัครงาน  หากเนื้อหาไม่สามารถดึงดูดใจผู้หางานสนใจได้ ก็ยากที่จะดึงดูดคนสมัครงาน วันนี้เรามีคำแนะนำดี ๆ ในการสร้างประกาศสมัครงาน  ที่ดี มารวบรวมไว้ หวังว่าจะเป็นประโยชน์ทั้งกับฝ่ายนายจ้างที่ต้องการประกาศสมัครงาน และผู้หางานที่จะใช้พิจารณาว่าประกาศสมัครงาน  นี้ดีหรือไม่เพราะองค์การใดที่ใส่ใจเรื่องประกาศสมัครงาน  ก็มีแนวโน้มว่าองค์การนั้นเป็นองค์การที่น่าสนใจ ว่าแล้วมาดูเลยว่าประกาศสมัครงานที่ดีควรมีคุณสมบัติใดบ้าง

  1. แสดงถึงความชัดเจนของเนื้อหา ต้องมีการบรรยายหน้าที่ความรับผิดชอบที่ต้องทำตามจริง ระบุคุณสมบัติ ทักษะ และลักษณะของผู้สมัครงานที่ต้องการจริง ๆ เพื่อที่จะได้ผู้สมัครที่ตรงกับคุณสมบัติที่ต้อการจริงๆอย่าเขียนคุณสมบัติกว้างเกินไปเพราะบางครั้งคนมาสมัครงานแล้วถูกปฏิเสธมันเป็นการเสียเวลาทั้งสองฝ่าย อย่างไรก็ ต้องไม่ใส่ข้อกำหนดมากเกินไป เพราะอาจทำให้ผู้หางานไม่กล้าสมัครเนื่องจากเกรงว่าจะไม่ได้งานเพราะคุณสมบัติไม่ครบทุกข้อตามที่กำหนด
  2. ใช้คำโปรยให้โดดเด่น กรณีที่คุณต้องการผู้สมัครงานที่มีลักษณะเฉพาะ รายละเอียดงานจะต้องจับความสนใจผู้สมัครที่มีคุณสมบัติเฉพาะตัว การใช้ถ้อยคำที่สร้างสรรค์ เห็นแล้วสะดุดตากระตุ้นให้อยากสมัคร เช่น หากคุณรักการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ งานนี้อาจเป็นของคุณ  หรือ หากคุณพร้อมสำหรับความท้าทายเชิญร่วมมาเป็นส่วนหนึ่งในงานของเรา
  3. สะท้อนวัฒนธรรมองค์กร เพื่อเป็นการสร้าง Branding ให้องค์การ โดยการใส่รูปบริษัท ลิงก์เว็บไซต์บริษัท และลิงก์โซเชียลมีเดียของบริษัท นอกจากช่วยสร้างความน่าเชื่อถือแล้ว ยังช่วยให้ผู้หางานได้เห็นและสัมผัสถึงวัฒนธรรมองค์กร เพื่อสามารถตัดสินใจได้ว่าเขามีลักษณะที่เข้ากับองค์กรได้หรือไม่
  4. ระบุช่วงเงินเดือนให้ชัดเจน ข้อนี้มีความสำคัญต่อผู้หางาน ดังนั้น ไม่ควรเขียนเพียง “เงินเดือนตามความสามารถ” แต่ควรเขียนช่วงเงินเดือนที่บริษัทสามารถจ่ายได้ ให้ผู้หางานเห็นช่วงเงินเดือนที่บริษัทเสนอ เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกันก่อนตัดสินใจ
  5. ความเรียบง่ายยังคงเป็นจุดสำคัญที่ไม่ควรมองข้าง ควรที่จะบอกขั้นตอนการสมัครงานง่าย ๆ ว่าจะสมัครงานนั้นได้อย่างไร และเอกสารอะไรบ้างที่ต้องการ เช่น เรซูเม่ จดหมายสมัครงาน ตัวอย่างผลงาน พร้อมระบุชื่อผู้ติดต่อให้ชัดเจน
  6. นำเสนอประกาศสมัครงานในช่องทางที่มีประสิทธิภาพ ต้องเลือกลงประกาศงานกับเว็บไซต์หางานที่เป็นแหล่งรวมผู้สมัครงานคุณภาพ เพื่อลดจำนวนใบสมัครงานที่ไม่เกี่ยวข้อง ซึ่งช่วยลดขั้นตอนและเวลาในการคัดกรองผู้สมัครให้ได้คนที่ใช่ในเวลาอันสั้นที่สุด