ควรหางานช่วงเดือนไหนจะมีโอกาสได้งานมากที่สุด

เชื่อว่าหลายท่านเคยประสบปัญหาในระหว่างการยื่นใบสมัครงานไปตามบริษัทต่างๆแต่เงียบหายไม่ได้รับการตอบกลับการสมัครงานก็เปรียบเหมือนการขายที่มีกำไรขึ้นลงมีช่วงเวลาของความต้องการ เช่นเดียวกับตลาดแรงงานเพราะฉะนั้นก่อนที่เราจะทำการเปลี่ยนงานโดยลาออกจากงานเพื่อหางานใหม่ รบกวนดูช่วงเวลาให้ดีเพื่อให้รู้เท่าทันตลาดแรงงานว่ากำลังบูมในช่วงเวลาไหนเพื่อให้การตัดสินใจไม่พลาดและเป็นการดีที่คุณจะเริ่มงานได้ทันทีหลังจากลาออกจากที่เดิม

เหตุผลของการลาออกจากงานส่วนใหญ่มักจะลาออกเพื่อ หางาน ในบริษัทใหม่และรับเงินเดือนเพิ่มขึ้น เพราะหากอยู่ต่อไปโอกาสในการปรับเงินเดือนเป็นไปได้ช้า ซึ่งวิธีที่เร็วที่สุดในการปรับฐานเงินเดือนก็คือการลาออกจากงานและสมัครที่ใหม่แต่ใช้ประสบการณ์ทำงานที่ผ่านมาต่อรองเงินเดือนใหม่ ซึ่งส่วนใหญ่ร้อยละ 90 เปอร์เซ็นต์ประสบความสำเร็จจากการลาออกและสมัครในบริษัทใหม่โดยได้เงินเดือนตามที่เรียกไว้ นอกจากนี้เหตุผลของการลาออกจากงานอาจเป็นเพราะปัญหาส่วนตัวเรื่องการเดินทางเพราะฉะนั้นหากเราต้องการงานควรจะดูช่วงระยะเวลาของตลาดที่เปิดรับพนักงานด้วยเช่นเดียวกัน

โดยข้อมูลในส่วนนี้นักศึกษาที่จบใหม่สามารถอ่านเพื่อประกอบการตัดสินใจได้เช่นเดียวกัน โดยช่วงเวลาที่มีการเปิดรับพนักงานและโอกาสที่เราจะได้รับคัดเลือกในการทำงานมีสูงนั่นก็คือช่วงเดือนกรกฎาคมถึงเดือนกันยายนเพราะเป็นช่วงที่คนส่วนใหญ่สับเปลี่ยนงานโดยมักจะหาทำงานช่วงหลังได้โบนัสกันก่อนจึงจะทำการลาออก ส่วนใหญ่โบนัสของแต่ละบริษัทจะอยู่ช่วงเดือนไม่เหมือนกันเช่นสิ้นเดือนธันวาคมหรือช่วงสิ้นเดือนกุมภาพันธ์ที่ตรงกับเทศกาลตรุษจีน

แต่ส่วนใหญ่มักจะทำงานจนได้รับโบนัสจึงลาออกทำให้ตำแหน่งว่างว่างลงจำนวนมากในช่วงหลังได้รับโบนัสจึงเป็นช่วงที่เหมาะสมที่เราจะทำการสมัครงานหรือหางานใหม่เพราะมีตำแหน่งงานรองรับจากตำแหน่งว่างงานในแต่ละที่และบางช่วงมีนักศึกษาจบใหม่ถึงแม้ช่วงหลังเดือนเมษายนเป็นต้นไปจะเป็นช่วงที่มีนักศึกษาจบใหม่จำนวนมากเข้าสู่ตลาดแรงงานและผู้ที่ทำการเปลี่ยนงานในช่วงนี้ยังคงได้เปรียบอยู่เพราะประสบการณ์ทำงานอย่างยาวนานและมีความพร้อมในการเริ่มต้นการทำงาน ในส่วนนี้จะได้รับการพิจารณามาเป็นอันดับต้นๆหากสมัครงานในบริษัทนั้นไปแน่นอนว่าส่วนใหญ่บริษัทต้องการคนที่มีประสบการณ์มากกว่าเด็กจบใหม่ ยกเว้นเด็กจบใหม่มีความสามารถเฉพาะทางจนเป็นที่ถูกใจของฝ่ายบุคคล

การหางานใหม่สามารถปรับเงินเดือนให้กับพนักงานได้ หากทำอยู่ที่เดิมโอกาสที่เงินเดือนจะสูงขึ้นเป็นไปได้ช้าวิธีที่เร็วที่สุดก็คือการลาออกจากที่ทำงานและสมัครงานที่ใหม่โดยใช้ประสบการณ์ทำงานเป็นเครื่องต่อรองเงินเดือนใหม่

 

Please follow and like us:

เลือกหางานแบบไหนไม่โดนโกง

ในระหว่างที่เรากำลังหางานอยู่นั้นเชื่อได้ว่าสำหรับใครที่เป็นน้องใหม่หรือผู้ที่กำลังเข้าสู่ตลาดแรงงานบ่อยครั้งมักจะมีประสบการณ์ไม่ดีจากบริษัทที่ไม่มีคุณภาพในการประกาศรับสมัครงานส่งผลทำให้เราเสียเวลาและมีโอกาสเสียเงินในการเดินทางไปสัมภาษณ์งานสำหรับปัญหาในส่วนนี้ยังคงมีอยู่ในปัจจุบัน วันนี้เราจึงมีวิธีรับมือเบื้องต้นเพื่อให้เราหางานทำได้แบบไม่โดนโกง

ในปัจจุบันมีแหล่งให้เราเข้าไปตรวจสอบและหางานอยู่เป็นจำนวนมาก หลายทั้งที่เราใส่ข้อมูลในการสมัครงานเข้าไปปรากฏว่ามีบริษัทติดต่อกลับมาและมักเป็นบริษัทเกี่ยวกับการประกันภัยหรือการขายที่มีเงินเดือนสูงมากผิดปกติหากมีลักษณะแบบนี้แนะนำให้ไม่ควรติดต่อกลับไปเพราะเคยมีกรณีที่มีคนตัดสินใจติดต่อกลับไปปรากฏว่าเมื่อไปถึงยังสถานที่รับสมัครงานทางเจ้าหน้าที่จะมีการพูดคุยและโน้มน้าวให้เราสมัครสมาชิกการขายโดยเสียค่าสมัคร 300 บาท

คนหางาน หากเป็นในลักษณะนี้ให้ควรรีบกลับทันทีหรือไม่ควรติดต่อกลับไปอีกเลยเพราะถ้าเราหลวมตัวไปเราจะเจอเจ้าหน้าที่ของบริษัทไม่ต่ำกว่า 3 คนรุมล้อมเข้ามาพูดโน้มน้าวให้เราสมัครสมาชิกและร่วมทำธุรกิจซึ่งกรณีนี้ไม่ต่างอะไรกับ ธุรกิจขายตรงถ้าเราสามารถหาคนมาสมัครต่อเราได้ 10 คนก็เท่ากับว่าวันนั้นเราจะได้เงินค่าสมัคร   3000 บาททันที ซึ่งเป็นวิธีที่ไม่ถูกต้องเป็นการหลอกลวงเพราะคนที่เดินทางมาสมัครงานบางครั้งเขาอาจจะกำลังลำบากหรือมีเงินติดตัวอยู่ไม่มากนัก

การชักจูงแกมบีบบังคับให้รู้สึกเกรงใจ อยากลุกออกจากที่นั่นจนยอมเสียเงินในส่วนนี้ไม่ดีแน่นอนและอีก 1 กรณีสำหรับบริษัทที่มัก หลอกลวงนั่นก็คือบริษัทแนวขายประกันซึ่งบริษัทในส่วนนี้มักโน้มน้าวให้เราสมัครสมาชิกและเข้าอบรมประการซึ่งในความเป็นจริงแล้วทางบริษัทประกันภัย มีเจ้าหน้าที่และทีมงานมืออาชีพรวมทั้งตัวแทนขายประกันภัยอยู่ในทุกจุดของประเทศไทย  ซึ่งความเป็นไปได้ใครจะสมัครเป็นตัวแทนกับทางบริษัทประกันภัยก็ได้ไม่จำเป็นต้องผ่านนายหน้าหรือบริษัทหลอกลวงให้เราไปนั่งฟังเกี่ยวกับธุรกิจประกันภัยเพราะฉะนั้นงานลักษณะนี้เป็นไปได้ไม่ควรติดต่อกลับ

การเลือกหางานแบบไม่โดนโกงสิ่งแรกที่เราต้องคิดถึงเสมอก็คือการพิจารณาบริษัทว่ามีตัวตนจริงหรือไม่ มีความมั่นคงเพียงใดและเป็นบริษัทที่ถูกต้องตามกฎหมายโดยข้อมูลเบื้องต้นเราสามารถเช็คผ่านอินเตอร์เน็ตเพราะบริษัทที่มีการประวัติการโกงมักจะมีผู้ร้องเรียนและโพสต์เตือนภัยเพื่อไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของบริษัทเหล่านี้เพราะฉะนั้นก่อนทำการหางานแบบไม่โดนโกงเราต้องเช็คให้ดีและหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ตเพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจก่อนทำการสมัครงานต่อไป

 

Please follow and like us:

คนหางานต้องรู้ไว้ ปี 2018 อาชีพไหนฮอต อาชีพไหนกำลังจะหายไป

เทรนด์เศรษฐกิจดิจิทัล ทำให้หลายอาชีพเกิดขึ้นใหม่ บางอาชีพหายไปพร้อมกับการปิดตัวของกิจการต่างๆ  บางอาชีพที่มีความเสี่ยงตกงานสูง คนหางานต้องรู้ไว้ เพื่อเป็นประโยชน์สำหรับการหางาน ของคุณ

และเตรียมความพร้อมในการสมัครงาน เรามาดูไปพร้อมกันว่า  อาชีพไหนฮอต อาชีพไหนกำลังจะหายไปในปี  2018

อาชีพที่โดดเด่นใน ก็ยังคงอยู่ในสาววิชาชีพ อย่าง แพทย์ โดยเฉพาะกลุ่มแพทย์ผิวหนังและศัลยกรรม เพราะคนเริ่มให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพ  สถาปนิก และมัณฑนากร ก็ยังเป็นที่ต้องการเพราะงานศิลปะอาจทดแทนไม่ได้ด้วยเทคโนโลยี

ส่วนอาชีพที่ตอบสนองต่อยุคดิจิทัลอย่าง โปรแกรมเมอร์ วิศวกรซอฟต์แวร์และนักพัฒนา นักวิเคราะห์ข้อมูล ที่ทำงานเกี่ยวกับ IoTs การใช้ BigData ก็ยังคงเป็นอาชีพสุดฮอต ตามมาด้วย นักการตลาดออนไลน์ รวมทั้ง Reviewer  และรวมถึง Net Idol   ตามมาติดๆกับ นักการเงิน และนักออกแบบวิเคราะห์ระบบด้านไอที กราฟิกดีไซน์ ส่วน นักวิทยาศาสตร์ด้านอาหาร นักวิทยาศาสตร์ด้านความงาม ผู้คิดค้นเครื่องสำอางก็ยังอยู่ในเทรนด์ฮอต

และอาชีพเกี่ยวกับการท่องเที่ยวนั้นก็ไม่เคยหายไป  อีกอาชีพที่เรียกได้ว่าฮอตกันจริงๆในยุคนี้คือ ผู้ประกอบการธุรกิจ สตาร์ทอัพ และ ผู้ประกอบการ อี-คอมเมิร์ซ ส่วนอาชีพ ในวงการบันเทิง ดารา นักแสดง นักร้องแม้โลกเปลี่ยนไปอย่างไรก็ยังคงเป็นที่นิยมอยู่มากเรียกว่าฮอตไม่มีตก   ด้านอาชีพ ครูสอนพิเศษ ติวเตอร์ และอาชีพเกี่ยวกับโลจิสติกส์และการขนส่ง และนักบัญชี ก็ยังไปได้สวย

หันมาดูอาชีพที่ไม่โดดเด่นใน 2018 กันบ้าง  พบว่า อาชีพช่างตัดไม้ ช่างไม้ไร้ฝีมือ พ่อค้าคนกลางอาชีพย้อมผ้า  บรรณารักษ์ และไปรษณีย์ด้านการส่งจดหมาย  พนักงานขายสินค้าหน้าร้าน  การตัดเย็บเสื้อผ้าโหล  การทำรองเท้า ช่างซ่อมรองเท้า  เกษตรกร และครู อาจารย์ในสถาบันการศึกษา  แม่บ้านทำความสะอาด  นักหนังสือพิมพ์ นิตยสาร และผู้สื่อข่าวภาคสนาม กำลังเป็นอาชีพที่กำลังจะหายไปในไม่ช้า

หากถามว่าอาชีพอะไรเสี่ยงตกงาน คืออาชีพที่เทคโนโลยีหุ่นยนต์มาแทนที่ได้  แม้แต่ อาชีพนักหนังสือพิมพ์ นิตยสาร และผู้สื่อข่าวภาคสนาม เป็นอาชีพเสี่ยงตกงานด้วยเช่นกัน  เพราะในปัจจุบันคนได้หันมาบริโภคข่าวสารผ่านทางโซเชียลมีเดีย ยูทูป สื่อออนไลน์ กันเพิ่มมากขึ้น และคนทั่วไปก็สามารถทำตัวเป็นนักข่าวเองได้แล้ว ส่วนอาชีพที่ไม่มีความโดเด่น คือ อาชีพครูและอาจารย์ เพราะแนวโน้มจำนวนนักเรียนจะน้อยลงจากปริมาณเด็กเกิดใหม่มีไม่มาก และคนทั่วไปมีช่องทางการเรียนรู้ผ่านโซเชียลมีเดีย ก็มีมากขึ้นอีกด้วย  ขณะที่อาชีพพนักงานขายหน้าร้าน จะได้รับผลกระทบจากธุรกิจ อี-คอมเมิร์ซ ทำให้เจ้าของร้านค้าหันไปขายสินค้าทางระบบออนไลน์กันมากขึ้น และผู้ประกอบการหลายรายต้องลดคนขายหน้าร้านลง  ดังนั้นการหาข้อมูลเพื่อหางานในอนาคตผู้สมัครงานควรรู้ไว้ว่าจะเตรียมตัวเองไปสู่สายงานอะไรที่ไม่เสี่ยงต่อการตกงาน

Please follow and like us:

ต้องหางานใหม่เมื่ออายุเข้าเลข 4 ทำยังไงให้คุณไม่พลาดงาน

การหางานใหม่ เป็นเรื่องที่หลายคนเครียดอยู่แล้ว ยิ่งต้องมาหางานใหม่เมื่ออายุมากแล้ว การต่อสู่กับเด็กรุ่นใหม่ก็ไม่ใช่เรื่องสนุก แม่คุณจะมีประสบการณ์แต่ก็ใช่ว่าจะมีภาษีดีกว่าคนรุ่นใหม่

จากกรณีปัญหาบริษัทไอทีรุ่นใหม่ไม่สนใจรับคนอายุเกิน 40 ปีเข้าทำงานที่เกิดขึ้นในซิลิคอนวัลเล่ย์ การ หางาน อาณาจักรไอทีที่ทรงอิทธิพลที่สุดของโลก นั้นทำให้คนอายุมากที่ต้องการหางานทำต้องกลับมาคิดแล้วว่าทำยังไงให้คุณไม่ถูกปฏิเสธการรับเข้าทำงาน

หางานใหม่

ในอเมริกานั้นอายุเฉลี่ยของคนทำงานอยู่ที่ 42 ปี แต่ถ้ามาดูอายุเฉลี่ยของคนทำงานสายงานไอทีกลับน้อยกว่านั้นมาก  Tech Company รายใหญ่ของโลก อย่าง Apple อายุพนักงานเฉลี่ย 31 ปี, Google และ Tesla อายุพนักงานเฉลี่ย 30 ปี, ส่วน Facebook และ LinkedIn อายุเฉลี่ยคือ 29 ปี แล้วคนอายุมากจะทำอย่างไรเมื่อต้องหางานใหม่

กลุ่มคนรุ่นใหม่ ฉลาดกว่าคนรุ่นก่อน

เมื่อโลกของการทำงานเปิดรับคนหนุ่มสาว หรือโลกของการทำงานโดยเฉพาะโลกไอทีไม่ใช่ที่ของคนแก่  มากกว่านั้นหลายอุตสาหกรรม ที่พยายามเปลี่ยนลดอายุเฉลี่ยของคนทำงานให้ต่ำลง เนื่องจากต้องการความคิดสดใหม่และมีผลต่อการลดฐานเงินเดือนลงได้อีกด้วย

กล่าวแบบนี้ก็อาจจะเหมือนกับว่า เรากำลังมองว่ากลุ่มคนรุ่นใหม่ ฉลาดกว่าคนรุ่นก่อน ก็คงไม่ใช่อย่างนั้นแต่เพราะคนรุ่นใหม่มีความคิดอ่านอย่างคนที่ทันต่อสมัยมากกว่าคนรุ่นเก่าที่มีชุดความคิดเดิม

สมัครงาน

การเลือกปฏิบัติทางอายุ (age discrimination) เป็นประเด็นอีกอย่างที่หลายองค์กรกำลังเผชิญหน้าอยู่ ไม่ผิดที่องค์กรจะเลือกคนที่เหมาะกับองค์กร แต่ในขณะเดียวกันการให้ความสำคัญและทำงานร่วมกันอย่างมีความสุขของคนทุกช่วงวัยก็ควรได้รับความใส่ใจ

ทำอย่างไรให้องค์กรไม่มองข้าม

เมื่อโลกมองไปที่คนหนุ่มสาวแล้วคนวัยเลข 4 จะทำตัวอย่างไรให้องค์กรไม่มองข้าม คือคำถามที่เราต้องมาร่วมกันหาคำตอบ

การเปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดูหนุ่มสาวกว่าอายุเป็นอีกอย่างที่ทำให้คุณมีความเป็นเด็ก !!!  ต้องเลิกใส่สูทในวันสัมภาษณ์งาน ทิ้งเนคไทไว้ข้างหลัง เปลี่ยนมาสวมสเวตเตอร์สีสันสดใส  เปลี่ยนมาใส่เสื้อสบายๆ รองเท้าผ้าใบ หันมาออกกำลังกาย ย้อมผมให้เข้มขึ้น

ศึกษาคำใหม่ๆ ที่คนรุ่นใหม่เขาใช้กัน หาข้อมูลความสนใจในแบบที่คนรุ่นใหม่เขาทำกัน สร้างเครือข่ายในสังคมออนไลน์ต่างๆ เช่น LinkedIn Twitter Snapchat Pinterest ให้คุณเองมีพื้นที่ในการนำเสนอความสามารถ    เปลี่ยนรูปโปรไฟล์ เป็นรูปภาพเท่ๆ  ทำตัวเองให้เป็น พี่ใหญ่ที่เข้าใจคนรุ่นใหม่ เป็นหัวหน้าแก๊งค์เด็ก อย่าแสดงตัวไปในทิศทางของหัวหน้าที่เข้มงวด พร้อมที่จะเป็นคนที่คนรุ่นใหม่อยากเข้าหา

หากมองว่าการปรับตัวเหล่านี้ทำให้คุณได้งานมันอาจเป็นการฝืนเกินไปแต่ถ้าคุณมองกลับกันว่านี้คือการเติมไฟในตัวคุณปลุกคนรู้สึกของความหนุ่มสาวขึ้นมาอีกครั้ง มาก็น่าจะทำให้คุณแฮปปี้จริงไหม

Please follow and like us: